กลาโหม กางแผนปฏิรูปกองทัพ เปลี่ยน เกณฑ์ทหาร เป็นระบบสมัครใจ

อีจัน

อีจัน

1 มิถุนายน 2566

กลาโหม กางแผนปฏิรูปกองทัพ เปลี่ยน เกณฑ์ทหาร เป็นระบบสมัครใจ

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 66 พันเอก จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมถึงการเตรียมกำลัง การใช้กำลัง เพื่อสร้างความพร้อมให้กับกองทัพ ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยปรับปรุงโครงสร้าง ให้มีขนาดกะทัดรัด คล่องตัว ทันสมัย ดังนี้

การยุติแผนการเสริมสร้างกองพลทหารราบที่ 7 ที่ดูแลภาคเหนือ ของกองทัพภาค3 โดยไม่มีการบรรจุกำลังพลเพิ่ม

กองพลทหารม้าที่ 3 (พล.ม.3) ที่ จ.ขอนแก่น ของกองทัพบก

การปรับลด กำลังทหารพรานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 1,656 อัตรา

การปรับลดนายทหารชั้นยศสูงเพื่อลดงบประมาณด้านกำลังพล โดยในห้วงปี 2570 ให้เหลือ 50% ตามแผนที่กาหนด

การปิดการบรรจุกำลังพลและลดกำลังพลในปี2560-2564ไปแล้วกว่า 8,000 นาย สามารถประหยัด งบประมาณได้ จำนวน 1,500 ล้านบาท และเมื่อถึงปี 2570 จะสามารถปรับลดกำลังพลลง ได้ประมาณ 12,000 นาย และประหยัดงบกำลังพลลงได้ 2,900 ล้านบาทเศษ

สำหรับการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้าเป็นทหารกองประจำการนั้น จำนวนที่ตรวจเลือกในแต่ละปี จะสอดคล้องกับโครงสร้างการจัดและภารกิจของกองทัพ โดยปัจจุบันมีความต้องการพลทหารปีละ ประมาณ 90,000 นาย จากเดิมปีละ 1 แสนคน

ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการพัฒนาไปสู่การใช้ระบบการสมัครใจเข้าเป็นทหารได้ ในอนาคต

การนำกำลังพลสำรองเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวตามสัญญาจ้างระยะ 4 ปีการเตรียมการ บรรจุข้าราชการพลเรือนกลาโหมในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ และการเตรียมการด้านกำลังพลสำรอง เพื่อรองรับสถานการณ์ยามวิกฤตและยามสงคราม

ส่วนเรื่องพิจารณาให้ความเห็นชอบ เรื่องสำคัญๆ ร่างแผนพัฒนาขีดความสามารถกระทรวงกลาโหม ระยะที่ 2 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างแผนพัฒนาขีดความสามารถกระทรวงกลาโหม ระยะที่ 2 เพื่อให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพกองทัพและเสริมสร้างหน่วยให้มีความสมบูรณ์ พร้อมรบ ในห้วงระยะ 5 ปี เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ ซึ่งแผนพัฒนาขีดความสามารถ ฯ แบ่งกลุ่มการพัฒนาออกเป็น 3 กลุ่ม

1. กลุ่มดำรงสภาพความพร้อมรบ เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมในระดับความต้องการต่ำสุด และให้สิ่ง อุปกรณ์ของกองทัพสามารถใช้งานตามมาตรฐานของสิ่งอุปกรณ์นั้น รวมทั้งการจัดหาให้ครบตามอัตราการจัดยุทโธปกรณ์และการจัดหาทดแทน

2. กลุ่มขยายขีดความสามารถ เพื่อเพิ่มเติมขีดความสามารถของสิ่งอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น

3. กลุ่มเสริมสร้างความทันสมัยโดย เพื่อให้มีสิ่งอุปกรณ์ที่ทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีและรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวในที่ประชุมว่าการปฏิรูปกองทัพ เป็นไปตามแผนเดิมของกระทรวงกลาโหม ไม่ใช่เป็นเพราะ ใครจะมาเป็นรัฐบาล

โดย พลเอกประยุทธ์ ได้มีการให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า ไม่ได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษกับผู้บัญชาการเหล่าทัพถึงสถานการณ์ในขณะนี้ เพราะทุกคนอยู่หน้าที่ดีอยู่แล้ว มีหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ในการดูแลตามอำนาจหน้าที่ และตามสถานการณ์ที่พัฒนาไป พร้อมย้ำว่าทหารไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยงานของกระทรวงกลาโหมไม่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้ เพราะหน้าที่ของทหารคือการป้องกันประเทศ และการเตรียมแผนพัฒนากองทัพการติดตามสถานการณ์ในภูมิภาค รวมถึงการดูแลเหล่าทัพ และดูแลความมั่นคงต่างๆ

โดยวันนี้ได้มีการย้ำเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี ในการเตรียมแผนพัฒนาระยะต่างๆ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต รวมถึงการฝึกร่วม การประชุมร่วมกับประเทศต่างๆ ในทุกระดับ

ส่วนการปฏิรูปกองทัพ มีแผนกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องพิจารณาว่าจะปรับแผนการปฏิรูปหรือไม่ เพราะต้องดูจากบริบทของประเทศไทย และพิจารณาจากหลายปัจจัย ต้องใช้วิธีการผสมผสานหลายภาคส่วน เพราะแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน แต่เราต้องเป็นเรา

คลิปอีจันแนะนำ
ช็อตหวาน หมอชลน่าน พิธา สยบลือแตกหัก!