ดร.เสรี ตั้งคำถาม น้ำป่าถล่มพะเยา หน่วยงานรัฐได้แจ้งเตือนหรือไม่?

Phetchan

Phetchan

17 กันยายน 2567

ดร.เสรี ตั้งคำถาม น้ำป่าถล่มพะเยา หน่วยงานรัฐได้แจ้งเตือนหรือไม่?

น้ำที่ท่วมเร็ว แรง บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยพะเยา เมื่อช่วงเช้ามืดของวันนี้ (17 ก.ย.67) หลังจากที่เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าลำห้วยแม่กาห้วยเคียน บ้านห้วยเคียน หมู่ 16 ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา และไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน หอพัก ถนน และบ้านเรือน สูงกว่า 1 -2 เมตร บริเวณหน้ามหาลัยพะเยา ทำให้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ ก็ถูกน้ำท่วมเสียหาย

ขณะที่ เพจเฟซบุ๊ก : พะเยาบ้านฉัน ซึ่งโพสต์ข้อความและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ได้โพสต์ว่า 09.00น. น้ำป่าหลากย่านมหาวิทยาลัยพะเยา ขณะนี้น้ำลดลงใกล้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว ในพื้นที่ส่วนใหญ่ยานพาหนะรถยนต์รถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายและของเครื่องใช้ในบ้านพักอาศัย

สถานการณ์น้ำไหลหลากที่เกิดขึ้นใน จ.พะเยา ซึ่งเรียกได้ว่ามาเร็ว ไปเร็ว แบบนี้เกิดจากอะไร?

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ IPCC อธิบายให้ “อีจัน” ฟังว่า จากการดูข้อมูลแล้ว เหตุการณ์น้ำท่วมพะเยาเมื่อเช้ามืดเกิดจากฝนตกหนัก 106 มม./วัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดร.เสรี กล่าวต่อว่า หากดูจากน้ำที่ไหลเข้าท่วม เกิดจากดินอุ้มน้ำจนอิ่มตัว เมื่อฝนตก  106 มม. ก็เป็นน้ำท่าทั้งหมดไหลหลากลงมา ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจ คือ หน่วยงานในพื้นที่มีการแจ้งเตือนภัยหรือไม่ ครั้งนี้ถือเป็นน้ำป่าไหลหลาก เมื่อฝนตกลงมาเวลาตี 2- ตี 3 และดินอุ้มน้ำจนเต็ม น้ำที่ไหลลงมาก็จะมีลักษณะไหลหลากซึ่งจะไหลลงมาจนหมด ไม่มีอะไรต้านทานน้ำป่าได้ วิธีเดียวคือแจ้งเตือนและให้ขึ้นที่สูงอยู่ในที่ปลอดภัย ขนย้ายสิ่งของไปในที่ปลอดภัย กรณีพะเยานี้น้ำที่ไหลหลากเข้าท่วม ได้รับรายงานว่าลดลงจนเกือบแห้งเมื่อเวลา 9 โมงเช้านั้น น้ำที่ไหลลงมาบางส่วนจะลงอ่างเก็บน้ำแม่ต๋ำ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่อื่นๆ

เมื่อถามว่าโอกาสฝนตกหนักแบบ Rain bomb หรือ ฝนที่ตกหนักตกแรงแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ได้หรือไม่ ดร.เสรี กล่าวว่า สามารถเกิดขึ้นได้

ส่วนกรุงเทพฯ จะเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 อีกหรือไม่ ดร.เสรี ระบุว่า ถ้าภาคเหนือมีปริมาณฝนตกหนักกว่า 60% ของค่าเฉลี่ย ซึ่งจะเทียบเท่าปี 54 ก็อาจเกิดน้ำท่วมได้ ซึ่งมีโอกาสน้อยกว่า 10% แต่ 10% ที่มีโอกาสก็ประมาทไม่ได้ เพราะ 1% ที่ฝนจะตกหนักกว่า 200 มม.ก็เกิดที่เชียงรายแล้ว

นอกจากนี้ ดร.เสรี กล่าวว่า ต้องติดตามเฝ้าระวังพายุที่จะเข้าภาคเหนือตอนล่างแม่น้ำยม จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม มีโอกาสที่พายุจะเกิดขึ้น 10 ลูก และมีโอกาสที่จะเข้าประเทศไทย 1-2 ลูก

ขณะนี้ภาคเหนือก็เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก ฝั่งอีสานก็น้ำล้นตลิ่ง ขณะที่ภาคใต้ก็ฝนตกหนักดินสไลด์ ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : พะเยาบ้านฉัน