จากข้อความเดียวที่สะเทือนไปทั้งไทย เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (11 ธ.ค. 68) ภายหลัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 32 โพสต์เฟซบุ๊ก ขอคืนอำนาจกลับไปยังพี่น้องประชาชน ตอกย้ำกระแสข่าวลือยุบสภา ก่อนจะตามด้วย (12 ธ.ค. 68) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชกฤษฎีกายุบสภา พ.ศ.2568 ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นั้น

วันนี้ (12 ธ.ค. 68) ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย – กัมพูชา ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืน แม้รัฐบาลจะยุบสภา แต่รัฐบาลรักษาการ และกองทัพ ยังคงมีอำนาจดูแลความมั่นคงของประเทศอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ย้ำ กองทัพไทยใช้สิทธิป้องกันตนเองตามกฎหมาย
ระบุว่า
พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้อํานวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย – กัมพูชา เปิดเผยว่า แม้มีการยุบสภาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยังคงปฏิบัติหน้าที่ และมีอํานาจ ดูแลความมั่นคงของประเทศอย่างครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อให้การปกป้องประชาชนไทยเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ชายแดนมีความตึงเครียดจากการที่กัมพูชาดําเนินการรุกล้ํา และโจมตีไทยก่อนในหลายพื้นที่ กองทัพไทยจึงจําเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎหมายไทยและกฎหมาย ระหว่างประเทศ โดยมุ่งหมายเพียงเพื่อยุติการคุกคามชีวิตประชาชน และรักษาอธิปไตยของชาติ รัฐบาลและกองทัพยืนยันว่ายังคงสั่งการและปฏิบัติการได้ตามอํานาจกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ
กฎอัยการศึกในพื้นที่ชายแดนมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายความมั่นคงของไทย และศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะรายงานสถานการณ์อย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธี และปรารถนาสันติภาพกับกัมพูชา แต่ในขณะเดียวกันจะปกป้องแผ่นดินไทยอย่างเด็ดขาด และชอบธรรม เพื่อความสงบสุขของประชาชนไทยเป็นสําคัญ
ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนทุกท่านติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง งดเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่กระทบต่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และร่วมกันรักษาความสงบและความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยในช่วงเวลานี้
พลอากาศเอก ประภาสฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยความร่วมมือ ความเชื่อมั่น และความเป็นน้ําหนึ่งใจเดียวกันของพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ซึ่งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะรายงานความคืบหน้าเป็นระยะอย่างใกล้ชิด

