อาลัย “หมอพี” แพทย์-นักบิน-นักร้อง ใจแกร่งต่อสู้มะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

17 กันยายน 2568

อาลัย “หมอพี” แพทย์-นักบิน-นักร้อง ใจแกร่งต่อสู้มะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย

หลายครั้งที่เราต้องสูญเสียบุคลากรคนสำคัญ ไม่ใช่เพราะลาออก แต่เพราะโรคร้ายอย่างมะเร็ง ภัยเงียบใกล้ตัวที่หลายคนก็คาดไม่ถึง 

วานนี้ (16ก.ย.68) เฟซบุ๊ก Kittikhun Can Tortainchai  ออกมาโพสต์เรื่องราวของหมอพี หรือกัปตันนายแพทย์พีรวัฒน์ นักเรียนเตรียมอุดมรุ่น 69 , ศิษย์เก่าแพทย์จุฬารุ่น 65 ,  นักบินสายการบินแอร์เอเชีย และนักร้องวง chilling romance เพลงลำดับก่อนหลัง 

โดยเพื่อนของหมอพี เล่าว่า หมอเป็นคนที่มีความสามารถมากมาย และใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่ายออกแนวธรรมะธรรมโมด้วยซ้ำ ไม่ใช้ของหรูติดแบรนด์แต่อย่างใด ชีวิตของหมอกำลังไปได้สวยมีทั้งหน้าที่การงานที่ดี มีครอบครัวที่ดี มีเพื่อนและสังคมที่ดี และเพิ่งจะแต่งงานได้ไม่กี่เดือน 

จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ หมอพีรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งลำไส้ระยะที่ 4 แพร่ไปตับในวัยแค่ 35 ปีเท่านั้น ซึ่งมีแค่อาการกินได้น้อย กินนิดเดียวก็อิ่มเลยไปตรวจดูที่โรงพยาบาลตามปกติ และกินยาลดกรดโรคกระเพาะก็ไม่ดีขึ้น เลยไปตรวจ CT scan ก็ได้พบก้อนในตับเยอะมาก โดยทั่วไปมะเร็งลำไส้จะพบในคนที่ครอบครัวมีประวัติเคยเป็น เช่น คุณพ่อคุณแม่คุณปู่คุณย่าหรือมีอาการนำมาก่อนเช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย,ถ่ายเป็นเลือดเบื่ออาหารน้ำหนักลดเป็นต้น แต่หมอไม่ได้มีอาการอะไรมาก่อนรวมถึงไม่ได้มีประวัติในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ด้วยแต่ดันไปตรวจเจอโดยบังเอิญ 

ซึ่งหมอพีได้ต่อสู้กับโรคมะเร็ง ด้วยการทำคีโมจนครบทุกคอร์ส รวมถึงมีแพลนว่าจะผ่าตัดเปลี่ยนตับ แต่โชคไม่เข้าข้าง พอตรวจร่างกายกลับพบว่ามะเร็งได้แพร่ไปที่ปอดอีก 1 จุด ทำให้ต้องเปลี่ยนการรักษามาเป็นการรักษาแบบประคับประคอง 

วันที่รู้ว่าหมอพีไม่สบาย ก็โทรไปหาทันทีถามว่า “เป็นยังไงบ้างวะ” หมอตอบว่า “โรคห่าเนี่ยทำอะไร ไม่ได้หรอก ไม่ต้องห่วง ไม่ยอมแพ้หรอก” เพื่อนฟังแล้วถึงกับร้องไห้ เพราะรู้ว่า ปลายทางมันจะเป็นยังไงและเชื่อว่าหมอก็คงรู้ด้วยเช่นกัน แต่หมอไม่ได้แสดงความอ่อนแอให้เพื่อนของหมอเห็นกลับปลอบใจเพื่อนด้วยซ้ำ หรือแม้กระทั่งวันที่เสียสุนัขไป 1 ตัวที่เลี้ยงมา 10 ปี หมอพีโทรมาปลอบใจพร้อมกับแนะนำให้อ่านหนังสือคู่มือมนุษย์เพื่อทำให้ใจ ทุกคนคิดว่าคุณหมอมีเมตตาและจิตใจแข็งแกร่งแค่ไหน ทั้งที่ร่างกายก็ป่วยหนักแต่ก็มาปลอบคนที่ร่างกายแข็งแรง 

 แม่ของหมอเล่าว่า “คุณหมอพีมักจะชอบมาจับมือคุณแม่แล้วบอกคุณแม่เสมอว่า แม่ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวพีจะนำไปก่อนแล้ววันหนึ่งเราคงได้เจอกัน พีรักแม่นะ ”  

ภรรยาหมอพี เล่าว่า “ช่วงสุดท้ายที่หมอเริ่มไม่ไหว หมอพีก็ยังปลอบใจภรรยาด้วยคำว่าไม่ต้องร้องไห้ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวอีก 6 เดือน ทุกอย่างก็จะเข้าที่เอง และหมอพีเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างเป็นธรรมชาติและเข้าใจโลกมาก โดนเป็นคนเลือกรูปหน้าศพด้วยตัวเองและเป็นคนไปจัดเตรียมของชำร่วยงานศพของตัวเองด้วยตัวเอง อย่างพิถีพิถันและมอบหมายให้ภรรยาบอกกับแขกที่มาทุกท่านว่าให้อ่านหนังสือที่ชื่อว่าคู่มือมนุษย์ของพระพุทธทาสภิกขุให้จบ” 

โดยเพื่อนถามหมอพีว่า กลัวตายไหม? หมอพีบอกว่า  “ไม่กลัวตายเลยความตายเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่เรื่องผิดบาปหรือผิดปกติเรากลัวเพราะเราไม่เข้าใจเฉยๆ เราแค่เห็นว่าความตายเป็นเรื่องผิดปกติและไม่ควรเกิดขึ้นกับเรา  แต่ถ้าเราเข้าใจมันแล้วเราจะไม่กลัวเลย” นี่ก็เป็นเพียงแค่ 1 เรื่องราวที่น่าเสียใจและประทับใจของหมอพีให้ได้สอนให้เข้าใจชีวิตและเผชิญหน้ากับความตายได้อย่างกล้าหาญ หมอพีได้สู้อย่างเต็มที่  

หมอพี “ได้ทิ้งท้ายว่าทุกคนอย่าลืมไปตรวจสุขภาพกันนะ อย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาทคิดว่าโรคนี้คงไม่เกิดกับเราหรอกหรือความตายกว่าจะมาถึงเราอีกนาน” และอีกหนึ่งสิ่งที่เรื่องราวของหมอพีสอนเรา คือ “ถ้าสิ่งไหนใช้เงินแก็ปัญหาได้  สิ่งนั้นคือเรื่องเล็กเรื่องขี้หมา แต่ถ้าสิ่งไหนใช้เงินแก็ปัญหาไม่ได้  สิ่งนั้นคือของจริงแล้วนะ” 

เพื่อนของหมอพี กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า  “มาถึงตรงนี้แล้วขอให้ทุกคนจดจำหมอพีในฐานะบุคคลที่มากด้วยความสามารถ และเป็นผู้เดินทางกลับด้วยชัยชนะของชีวิต  แล้วถ้าใครอยากฟังเสียงของหมอพีก็ให้ไป search เพลงลำดับก่อนหลังใน YouTube ฟังได้เลยครับ” 

เรื่องของหมอพีถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่าโรคร้ายไม่เคยเลือกคน และมักมาโดยไม่ทันตั้งตัว “อีจัน” อยากให้ลูกเพจหมั่นตรวจสุขภาพอย่าประมาทกับชีวิต และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวหมอพีอย่างสุดซึ้งด้วยนะคะ