นายกเบี้ยว พา “พีช” เข้าพบตำรวจทางหลวง หลังชนกระบะ คู่กรณีเจ็บสาหัส 

นายกเบี้ยว พา “พีช” ลูกชาย เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ที่ ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. แล้ว หลังซิ่ง BMW ป้ายแดง เบียดกระบะจนเกิดอุบัติเหตุ คู่กรณีเจ็บสาหัส

คืบหน้ากรณี “พีช สมิทธิพัฒน์” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “นายกเบี้ยว” อดีตนายกเทศมนตรี ขับรถหรู BMW ป้ายแดง ปาดหน้าและใช้ท้ายรถชนรถกระบะของสองลุงป้าจนเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 16 เม.ย.68 ที่ผ่านมา ก่อนที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะมาเปิดใจผ่านรายการดังวันนี้ (18 เม.ย.68) 



ล่าสุด เวลา 17.20 น. พีช ได้เดินทาง เข้ามาที่สถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 8 พร้อมกับนายกฤษฎา หรือ นายกเบี้ยว  

โดยพีช เดินเข้าไปในห้องพนักงานสอบสวนทันที ซึ่งขึ้นทางบันไดด้านข้างอาคาร พยายามที่จะเลี่ยงให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ก่อนที่นายกเบี้ยว จะเดินตามหลังมาให้สัมภาษณ์อีกครั้งกับสื่อมวลชน บอกว่า วันนี้พาลูกชายเดินทางเข้ามารับทราบข้อหาขับรถโดยประมาทตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก และในส่วนของรถยนต์ BMW ยังไม่ได้เอามาด้วยในวันนี้ แต่เตรียมที่จะนำเข้ามามอบให้กับตำรวจทางหลวงในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากรถอยู่อีกที่หนึ่ง และยังยืนยันว่าป้ายทะเบียนป้ายแดงที่รถของลูกชายเป็นป้ายจริงและเตรียมที่จะขอป้ายทะเบียนให้ตรงกับเลขวันเกิด  

ส่วนที่ก่อนหน้านี้มีการสับสนว่าลูกชายจะยังไม่เข้ามาพบกับตำรวจในวันนี้นั้นอาจจะเป็นการสื่อสารกันผิดพลาด เพราะก่อนหน้าที่จะมาถึงนักข่าวยังโทรถามตัวเองก็ยังยืนยันว่ากำลังเดินทางเข้ามา ซึ่งตอนแรก ตัวเองยังยืนยันที่จะไม่ได้เดินทางมาจริงแต่พอได้คุยกับพนักงานสอบสวนก็ได้รับแจ้งกลับมาว่าหากไม่เดินทางมาวันนี้ก็ต้องออกหมายเรียก จึงตัดสินใจหันหัวรถกลับมาและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ ย้ำว่าไม่หลบหนีอยู่แล้ว  

ส่วนในเรื่องของคลิปเสียงที่มีการแบ่งกับตำรวจด้วยคำพูดว่ายอมอ่อนให้แล้ว ยืนยันว่าไม่มี แต่หากว่ามีคลิปออกมาก็ต้องยอมรับไปตามสภาพ แต่ลูกชายยืนยันว่าไม่มีการพูดแบบนี้แน่นอน ย้ำว่าตัวเองยอมทุกกรณีอยู่แล้วไม่เคยพูดว่าลูกตัวเองไม่ผิด และขอโอกาสกับสังคม ที่ลูกชายตัวเองทำผิดพลาดไป และตัวเองไม่มีอิทธิพลใดใด หากจะมีอิทธิพลก็มีอิทธิพลในการช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น 

ในส่วนจะกระทบกับคะแนนเสียงในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พฤษภาคมที่จะมาถึงหรือไม่? 

นายกเบี้ยว บอก ไม่กังวล เพราะการลงสมัครรับเลือกตั้งหากพี่น้องประชาชนไม่ไว้วางใจ ก็จะไม่ได้มีโอกาสมารับใช้ประชาชน ก็เพียงแค่อยู่บ้าน แต่หากยังได้รับการไว้วางใจก็ยังคงช่วยเหลือประชาชนเหมือนเดิม ทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนเราไม่มีสิทธิ์บังคับ  

พร้อมย้ำว่ าเรื่องนี้ตัวเองย้ำและสั่งสอนตักเตือนนายพีชมาตลอด ซึ่งในฐานะลูกชายคนเล็กก็จะต้องค่อยๆ สอนค่อยๆ ตะล่อม หากรุนแรงและแข็งเกินไปลูกชายก็จะเตลิดได้ ซึ่งตอนนี้ตัวเองก็เข้าใจในเรื่องของกฎหมายบ้างแล้ว ซึ่งครั้งนี้ลูกชายตัวเองเป็นคนผิดก็ต้องขอโทษสังคม ยอมรับว่าโกรธลูกชาย และครอบครัวไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ทำไมลูกชายคนเล็กถึงมีลักษณะแบบนี้ ซึ่งช่วงระยะหลังอาจจะเจอลูกชายน้อยเกินไป ส่วนลูกชายที่เป็น สส. สังกัดพรรคการเมืองใหญ่ ก็มีมีอารมณ์โมโหน้องชาย แล้วก็ได้พูดคุยกับน้องชายแล้ว ก็ยังมีความเป็นห่วงน้องชายแต่ยังไม่เจอกัน และในส่วนของภรรยาพอรู้ว่าลูกชายคนเล็กไปก่อเหตุแบบนี้ขึ้นก็ร้องไห้เป็นทุกข์  

นายกเบี้ยว ยอมรับว่า ลูกชายอาจจะมีอารมณ์ที่ร้อนด้วยอายุ หากย้อนกลับไป 40 ปีตัวเองก็อาจจะมีอารมณ์ในลักษณะแบบนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าที่จริงแล้วก็ทำไม่ได้ ซึ่งในส่วนที่ลูกชายไม่โทรแจ้งตำรวจในเวลานั้น ก็อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ และลูกชายยังไม่เคยมีประสบการณ์เกิดอุบัติเหตุแบบนี้  

นายกเบี้ยว ยังปฏิเสธว่าไม่ได้พูดคุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยเลย และขออย่าเอาผู้ใหญ่หรือแกนนำในพรรคเข้ามาเกี่ยวข้อง และตัวเองก็ไม่เคยโทรศัพท์หากับผู้ใหญ่ในพรรคการเมืองด้วย และไม่อยากนำเรื่องปวดหัวไปให้ผู้ใหญ่ในพรรค พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ต้องโดนโจมตี  

ซึ่งช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ นายกเบี้ยว พยายามพูดขอกับผู้สื่อข่าวรายหนึ่งว่า อย่าถามคำถามในลักษณะชี้นำหรือจี้ให้เกิดอารมณ์กันเลย เพราะตัวเองและครอบครัวก็ยอมทุกอย่างแล้ว ไม่เคยคิดจะตั้งป้อมสู้และไม่เคยรังเกียจสื่อมวลชนเลย 

ล่าสุด มีรายงานว่า พนักงานสอบสวน เปรียบเทียบปรับ 3 ข้อหา 

– ขับรถประมาทอันเป็นอันตรายเเก่ทรัพย์หรือบุคคลผู้อื่น ปรับ 2,000  

– ใบขับขี่สิ้นอายุ ปรับ 2,000 

– นำรถที่ยังไม่จดทะเบียนมาใช้ ปรับ 2,000  เพราะใช้ป้ายเเดง เกือบ 1 ปี  

รวมทั้งหมด 6,000 บาท  

ล่าสุด มีรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อคืนนี้ (18 เม.ย.68) “พีช“ ได้เข้าพบตำรวจ สภ.ลำลูกกา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา คดีขับปาดหน้าลุงป้ากระบะดำ 4 ข้อหา ดังนี้


1.ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส (กรณีลุง)
2.ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ (กรณีป้า)
3.ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ
4.ทำให้เสียทรัพย์


พีช หนุ่ม BMW บอกไม่ได้เจตนาชน “แค่ดักซ้ายขวา ให้ลุงจอดเคลียร์”