กทม. เตรียมแผนรับมือ ฤดูฝุ่น จัดเขตควบคุมฝุ่น – ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน

ขวัญ อีจัน

ขวัญ อีจัน

29 ตุลาคม 2567

กทม. เตรียมแผนรับมือ ฤดูฝุ่น จัดเขตควบคุมฝุ่น – ห้ามรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ ชั้นใน

วันที่ 29 ต.ค. 67 ที่ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ พร้อมด้วยตัวแทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, กรมควบคุมมลพิษ และ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้ร่วมกันแถลงเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการรับมือฝุ่น PM 2.5 โดย ผู้ว่า กทม. เผยว่า เราเองพยายาหาอำนาจทางกฎหมายในการใช้ควบคุมมลพิษ ผู้ว่าเองก็ไม่ได้มีอำนาจมาก อย่างเมื่อปีที่แล้วทางสภาเองได้ออกข้อกฎหมายให้รถโดยสารที่วิ่งใน กทม. เป้นรถไฟฟ้าทั้งหมด แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะอำนาจเรื่องรถนั้นเป็นของกรมขนส่งทางบก สุดท้ายเลยใช้แง่ของ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งให้อำนาจผู้ว่า กรณีเกิดเหตุ หรือใกล้จะเกิดเหตุสามารถใช้อำนาจในการกำจัดต้นตอขอสาเหตุสาธารณภัยได้ เลยเอาอำนาจตรงนี้มาประกาศว่า กรณีซึ่งมีโอกาสที่จะมีฝุ่น มีมลพิษสูง เราจะประกาศว่าห้ามรถบรรทุกเข้ามาวิ่งใน กทม. ชั้นในบริเวณวงแหวนรัชดา กับวงแหวนกาญจนาภิเษก  

แต่หลักการของเราคือเราจะไม่ได้ห้ามรถบรรทุกทุกคัน เช่น รถบรรทุกดีเซลมีการปล่อย PM 2.5 สูงสุด คือ 40% โดยเฉพาะรถที่เป็นเครื่องยนต์เก่าตั้งแต่ ยูโร 4 ลงมา แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ EV NGV ยูโร 5 หรือ ยูโร 6 จะมีการปล่อย PM 2.5 น้อย ส่วนรถที่เครื่องต่ำกว่า ยูโร 4 แต่มีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง การปล่อย PM 2.5 น้อยลงเช่นกัน เราก็จะอนุญาตให้รถเหล่านี้เข้ามาวิ่งในช่วงวิกฤตได้  

แนวคิดคือ เราจะพัฒนา กรีนลิสต์ หรือ บัญชีสีเขียว  รถคันไหนมีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง ตั้ง แต่ 1 พ.ย. เป็นต้นไปให้มาลงทะเบียน เราจะเน้นไปที่รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป และรถโดยสารทั่วไป รวมถึงรถของ ขสมก. ด้วย ซึ่งรถบัญชีสีเขียวนี้ คือ รถที่ได้รับการรับรองว่าปล่อยมลพิษน้อย ดังนั้นในช่วงวิกฤตที่มีฝุ่นเยอะ รถที่อยู่ในบัญชีสีเขีวเหล่านี้สามารถเข้ามาวิ่งในเขตพื้นที่ที่จำกัดได้ ส่วนรถที่ไม่ได้มีการเตรียมตัว รถที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีสีเขียว จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาสิ่งในเขตพื้นที่ที่เรากำหนดได้ 

ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ เพราะเดิมทีก่อนหน้าเรามีมาตรการว่าจะไม่ให้รถบรรทุกวิ่งเลยกรณีมีฝุ่นสูง แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจะทำให้รถที่มีการปรับปรุงตัว หรือคุณภาพสูง ไม่ได้วิ่งไปด้วย นี่จึงเป็นแรงจูงใจทำให้เจ้าของรถ ผู้ประกอบการมีการปรับปรุงคุณภาพรถ โดยขั้นตอนนี้ทาง กทม. จะทำการตรวจสอบค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 หากอยู่ในระดับสีแดง 5 เขต หรือ ระดับสีส้ม 15 เขต อัตรา ระบายอากาศ น้อยกว่า 3,000 ตารางเมตรต่อวินาที ทิศทางลมจากตะวันออก กทม. จะออกประกาศห้ามรถบรรทุกเข้าพื้นที่วงแหวนรัชดาภิเษก โดยจะประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชม. ซึ่งมาตรการนี้น่าจะช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้ และก็ไม่ได้บรรเทาเฉพาะเรื่องฝุ่นเท่านั้น ยังทำให้รถบรรทุกมีการเตรียมตัวเปลี่ยนไส้กรอง เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถวิ่งได้ ในส่วนรถปกติยังไม่ต้องทำ อันนี้เน้นรถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อ ขึ้นไป รถโดยสาร และรถ ขสมก. โดยให้มาลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค. 67 แค่เอาหลักฐานการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนไส้กรอง 

โดยเมื่อถึงช่วงที่ฝุ่นวิกฤต ช่วง ม.ค. 68 หากเราประกาศห้ามรถบรรทุกวิ่ง แต่ถ้ามีรถฝ่าฝืน เราก็สามารถตรวจสอบจากกล้องได้ ซึ่งกล้องสามารถบันทึกทะเบียนได้ หากพบว่าเป้นรถที่ไม่ได้รับอนุญาต จะถูกปรับไม่เกิน 2 พัน บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน มีการตั้งด่าน ลงพื้นที่ตรวจตามไซซ์งาน ไซซ์ก่อสร้าง ตามสถานประกอบการ อู่รถเมล์  

มาตรการที่ 2 คือ การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ซึ่งเป็นโครงการที่ทำตั้งแต่ปีที่แล้ว รถทั่วไป ตั้งเป้าไว้ 3 แสนคัน ปีนี้ตั้งเป้า 5 แสนคัน ปีที่แล้วลดไป 13.26% รถที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะได้รับสติ๊กเกอร์  

โดยทาง ปลัด กระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ กล่าวเสริมว่า ทางกระทรวงพลังงานก็ได้ประสานกับทางผู้ประกอบการ ผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งมีการให้บริการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทั้ง ปตท. บางจาก พีที เชลล์ และอื่น ๆ มีส่วนลดให้สูงถึง 40%  

มาตรการที่ 3 คือ การ Work Form Home หาเครือข่ายพันธมิตรมาร่วมโครงการ โดยในปีนี้มีเครือข่ายร่วมกับเราจำนวน 151 แห่ง พนักงานกว่า 6 หมื่นคน และเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 67 เราขอความร่วมือ WFH  จะเห็นว่าจำนวนรถยนต์บนถนนลดลงไปกว่า 8% โดยในปีนี้เราตั้งเป้าหาเครือข่ายร่วมเพิ่มมากขึ้น ก็ขอเชิญชวนบริษัทมาร่วมกัน   

นายทองอยู่ คงขันธ์  ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย คิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี ทำให้ กทม. มีอากาศบริสุทธิ์ขึ้น แต่รถบรรทุกก็มีความจำเป็นที่ต้องวิ่งเข้ามาใน กทม. ทั้งท่าเรือมาตรการดูแลรักษาเครื่องยนต์เป็นสิ่งจำเป็น การดูแลรถเป็นหน้าที่ผู้ประกอบการ เราพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการของทางกรุงเทพฯ เรามีรถบรรทุกตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงชนาดใหญ่ที่วิ่งอยู่รอบปริมณฑล ในข้อบังคับเจ้าพนักงานเค้าห้ามเราอยู่แล้ว 113 ตารางกิโลเมตร รอบเกาะรัตนโกสินทร์เข้าไม่ได้ ถ้าภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ร่วมมือกันก็น่าจะช่วยลด  

ขณะเดียวกันการแก้ปัญหาต้องอาศัยในเรื่องของวิทยาศาสตร์ด้วย โดย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ กล่าวว่า แหล่งกำเนิดฝุ่น PM. 2.5 นั้นมีจากหลากหลายกว่าที่เราคิด และมีความแตกต่างกัน ปัจจัยที่มีมาก หรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา เช่นฝนตกเยอะฝุ่นน้อย อากาศแห้งฝุ่นเยอะ ในระยะยาวต้องใช้วิทยาศาสตร์แก้ปัญหา หากย่งชี้ได้หมดว่าฝุ่นมาจากอะไรบ้างเราก็สามารถแก้ปัญหา หรือควบคุมในระยะยาวได้ ปัจจุบันเราติดตั้งอุปกรณ์วัด 3 ที่ คือ เชียงใหม่ สงขลา และ กทม ซึ่งเครื่องวัดนี้จะมี 2 ประเภท คือวัดองค์ประกอบทางเคมี กับ วัดระดับความสูงของฝุ่นว่าสูงจากพื้นกี่เมตร  

การแก้ปัญหาครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ประชาชนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการห้ามรถเราเน้นผู้ประกอบการเป็นหลัก ประชาชนส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง โดยจะมีโปรโมชั่นให้ แล้วก็ร่วมโครงการ WFH หากมีภาวะฝุ่นเลี่ยงได้ก็เลี่ยง ส่วนผู้ประกอบการขอให้นำรถไปดูแลบำรุงรักษา พร้อมาลงบัญชีกรีนลิสต์ให้เรียบร้อย ถ้าไม่ลงหากเราประกาศห้ามรถวิ่งรถของท่านก็จะวิ่งไม่ได้ ส่วนจะบังคับใช้มากน้อยแค่ไหนนั้น กล้องทั่ว กทม. สามารถตรวจจับได้ เหมือนเช่นกรณีของมอเตอร์ไซค์ที่ตรวจจับทะเบียนก็จะตรวจสอบได้ ส่วนจะฟ้องศาลได้หรือไม่นั้น ปัจจุบันศาลยอมรับข้อมูลทางเทคโนโลยีแล้ว และมีการตัดสินไปแล้ว 2 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการอีกกว่า 30 คดี