เมียเก่า ยื่นฟ้อง “เพชร สหรัฐ” ปลอมลายเซ็นต์ค้ำประกันเงินกู้ 80 ล้านบาท 

“นินิว” นักธุรกิจสาว พร้อมทนาย ลุยฟ้องอดีตสามี “เพชร สหรัฐ” ปลอมลายเซ็นค้ำประกันเงินกู้แบงก์ 80 ล้านบาท ในวันหย่า จี้! ออกมาเคลียร์ปัญหา ลั่น! กล้าออกทุกรายการ

“เพชร สหรัฐ” งานเข้า เมียเก่าลุยฟ้อง!!! 

เมื่อเวลา 14.00 น.วานนี้ (7 พ.ย.67)  น.ส.นิภารัตน์ หรือ นินิว นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาว จ.หนองคาย อดีตภรรยานักร้อง และนักแต่งเพลง “เพชร สหรัฐ” พร้อมนายธีรศักดิ์ ทองทรวง ทนายความ ร่วมแถลงข่าวกรณีนักร้องดังปลอมลายมือชื่อของนินิว เพื่อค้ำประกันเงินกู้ให้พี่ชายสร้างโรงงานน้ำปลาร้า วงเงิน 80 ล้านบาท จำนวน 4 สัญญา ในวันที่ทั้ง 2 จดทะเบียนหย่ากัน โดยอดีตภรรยาไม่รู้มาก่อน 

นินิว เล่าว่า ครอบครัวตนทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร และโรงงานน้ำปลาร้า  รู้จักและแต่งงานจดทะเบียนสมรสอยู่กินกับนักร้อง เพชร สหรัฐ เมื่อปี 2561-2565 รวมเวลา 5 ปี ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน แรกๆ ก็จะได้รับการเอาใจใส่ดี และมักจะมีเจ้าหนี้มาทวงหนี้ที่โรงงาน ซึ่งตนในฐานะภรรยาก็ได้ชดใช้หนี้ให้รวมประมาณ 20 ล้านบาท แต่หลังจากตนชดใช้หนี้หมด สามีก็มีท่าทีเปลี่ยนไป ตนและสามีนักร้องได้ตกลงแยกทางกันเมื่อเดือนมีนาคม 2566 แต่อดีตสามีเยื้อเวลาจดทะเบียนหย่าเป็นวันที่ 18 เมษายน 2566 แต่ได้หย่าจริงวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่พี่ชายนักร้องไปกู้เงินแบงก์มาลงทุนเปิดโรงงานน้ำปลาร้า ที่ จ.หนองคาย 

นินิว เล่าต่อว่า วันที่ 2 ตุลาคม 2566 ตนได้รับหนังสือทวงเงินจากธนาคาร เนื่องจากผู้กู้ผิดนัดจ่ายเงินกู้วงเงิน 7 ล้านกว่าบาท ซึ่งมีชื่อตนเป็นผู้เซ็นค้ำประกันต้องรับผิดชอบ ทำให้ตนรู้ว่าอดีตสามีนักร้องยินยอมให้คู่สมรสค้ำประกันเงินกู้ โดยการปลอมลายเซ็นต์ในการค้ำประกันเงินกู้ให้กับพี่ชายตัวเอง ในนามบริษัทวงเงิน 80 ล้านบาท 4 สัญญา  8 ล้าน 7 ล้าน 25 ล้าน และ 40 ล้าน 

ตนจึงทักสอบถามผู้จัดการส่วนตัวของอดีตสามี ผู้จัดการเปิดอ่านแต่ไม่ตอบกลับ ตนได้เดินทางไปพบผู้จัดการและผู้การแบงก์ ซึ่งทั้งสองไม่เคยเห็นหน้าตน จึงได้เขียนคำร้องขอดูสัญญากู้ ผ่านไป 1 สัปดาห์ แบงก์ได้ส่งสัญญากู้ทั้ง 4 ฉบับ มาให้ดูก็พบว่าลายเซ็นของตน เป็นลายเซ็นปลอม จากนั้นตนได้ไปร้องสื่อ 2 สัปดาห์ต่อมา แบงก์ได้ส่งหนังสือปลดตนจากผู้ค้ำประกันเงินกู้ โดยมี  2 บริษัทมาค้ำประกันแทนบริษัทตน  

หลังได้รับหนังสือสัญญาเงินกู้ ตนได้ปรึกษาทนายความ เพราะว่าตนได้รับความกระทบทางธุรกิจ และสภาพจิตใจ เพราะตนไม่สามารถไปขยายวงเงินกู้ได้ในตอนนี้ ตนจึงอยากให้อดีตสามีออกมารับผิดชอบในส่วนที่ทำไป ตนยังยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เซ็น อยากให้ออกมาอธิบายรายละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นในขั้นตอนไหน เวลาไหน เพราะตนยินดีจะให้ข้อมูลว่าตนอยู่ทีไหน ณ วันที่ทำสัญญากัน 

นินิว เล่าต่ออีกว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากอดีตสามี บทเรียนครั้งนี้แพงมาก ธนาคารมีการแจ้งว่า จะมีการฟ้องนิวด้วย เพราะแจ้งชื่อธนาคารทำให้ธนาคารเสื่อมเสียชื่อเสียง  อยากให้เป็นอุทาหรณ์ ตอนที่รักกันก็เกิดจากความเชื่อใจ ความไว้ใจ เมื่อไหร่ก็ตามที่ไปกันไม่ได้แล้ว นิวอยากให้ผู้หญิงมีสติ และอยากให้รักตัวเองมาก เพราะวันที่ไม่ได้รักกัน ตัวเราเองจะถูกทำร้าย ตอนนี้มีความกังวล และสภาพจิตใจแย่มากๆ 

ด้านนายธีรศักดิ์ ทองทรวง ทนายความ เปิดเผยว่า ได้มีการยื่นฟ้องทั้งคดีแพ่ง และคดีอาญา ที่ จ.สกลนคร  เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2567 ส่วนการฟ้องอาญาเรื่องร่วมกันปลอมลายมือชื่อปรากฏลายมือชื่อบนสัญญาการค้ำประกันเงินกู้ 4 สัญญา วงเงิน 80 ล้านบาท คุณนินิวยืนยันว่าไม่ได้ลายมือตัวเอง ไม่เคยพบเจอกับเจ้าหน้าที่ธนาคารก่อนที่จะมีการทำสัญญา จึงมอบหมายให้ทนายทำการฟ้องจำเลยทั้งหมด 5 คน ที่ร่วมกัน เป็นทั้งบริษัทและบุคคลธรรมดา รวมทั้งอดีตสามีของคุณนินิวด้วย ส่วนคดีแพ่ง ฟ้องทั้งธนาคาร และตัวบุคคลที่มือลายมือชื่อเกี่ยวข้อง ที่ปรากฏตามสัญญา เพราะสัญญาเมื่อมีคนค้ำประกันก็มักจะมีพยาน ลงลายมือชื่อรับรองว่า “ในฐานะคู่สมรส” เท่ากับบุคคลเหล่านี้รู้เห็น ว่าลายมือชื่อที่ปรากฏมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท เหตุที่จำเป็นต้องเรียกค่าเสียหายเพราะว่า คุณนินิวได้รับความเสียหายในการทำธุรกิจต่างๆ ไม่สามารถจะขยายเงินกู้ได้ เพราะลูกหนี้ผิดสัญญาจ่ายเงินกู้ 

นายธีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากร้องสื่อไปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม และยื่นฟ้องไปเรียบร้อย ปรากฏว่าวันที่ 25 ตุลาคม ได้รับซองจดหมายจากธนาคารโดยส่งทางไปรษณีย์ 4 ฉบับ ในซองเดียวกัน แจ้งปลดภาระค้ำประกันให้ 80 ล้านบาท ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ในขบวนการกู้เงินของธนาคาร วันนึงอยากให้เป็นหนี้ก็ให้เป็น วันนึงอยากจะปลดก็ปลด ซึ่งขบวนการเหล่านี้เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่เคยประสานล่วงหน้ามาเลย ไม่เคยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าว่า ขบวนการของธนาคารทำอย่างไรบ้าง คุณนินิวจึงจำเป็นต้องยื่นฟ้องต่อศาล เพื่อให้ศาลนำคดีมาพิจารณาเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยฟ้องมาตรา 204 ฐานร่วมกันใช้เอกสารปลอม เพราะมีการ่วมมือกันหลายคน ขณะดำเนินคดีก็ยังมีข้อขัดแย้งกันเรื่อยมา และวันนี้ก็ได้ไปยื่นฟ้องผู้ต้องหากลุ่มเดิมที่ จ.สกลนคร ข้อหาบุกรุก เพราะมีการเข้ามาคุกคามในพื้นที่ของคุณนินิว และฟ้องให้เพิกถอนนิติกรรมที่ไม่ได้แสดงเจตนารมณ์โดยสมัครใจของคุณนินิว และไม่ได้มอบอำนาจให้ใครเซ็นด้วย ศาลจะพิจารณาในวันที่ 23 มกราคม 2568 

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถาม “นินิว” ว่า หากมีรายการติดต่อให้ไปออกรายการทางทีวีพร้อมกับอดีตสามี เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมจะไปหรือไม่? นินิว ตอบอย่างมั่นใจว่า “กล้าและพร้อมไปออกทุกรายการ”