CIB ร่วม อย. และ สสจ.ฉะเชิงเทรา บุกทลายโรงงานเครื่องสำอางเถื่อน ฉะเชิงเทรา ยึดของกลางกว่า 20 ล้าน 

อีจัน อ้วน

อีจัน อ้วน

19 สิงหาคม 2568

CIB ร่วม อย. และ สสจ.ฉะเชิงเทรา บุกทลายโรงงานเครื่องสำอางเถื่อน ฉะเชิงเทรา ยึดของกลางกว่า 20 ล้าน 

หยิบเครื่องสำอางมาเช็กด่วน! ใช้ของปลอมกันอยู่หรือเปล่า? 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.จิรภพ  ภูริเดช ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ., สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมปฏิบัติการตรวจค้นโรงงานผลิต ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ได้รับอนุญาต และเครื่องสำอางไม่มีเลขจดแจ้ง พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจยึดของกลาง 15 รายการ จำนวนกว่า 234,699 ชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท  

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา ว่ามีโรงงานแห่งหนึ่งผลิตเครื่องสำอางโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลขจดแจ้ง เนื่องจากไม่ทราบถึงส่วนผสมและมาตรฐานการผลิต ซึ่งหากประชาชนซื้อไปใช้อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ และเกิดปัญหาต่อผิวในระยะยาว ประกอบกับได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ให้ทำการตรวจสอบโรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ว่ามีการลักลอบผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางโดยไม่ได้รับอนุญาต   

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีการลักลอบผลิตเครื่องสำอางในพื้นที่ดังกล่าวจริง โดยมีการสั่งซื้อนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศจีน แล้วนำมาต้ม กวน แบ่งบรรจุ ติดฉลาก นำส่งออกขายต่างประเทศ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อขออนุมัติหมายค้น  

ต่อมา ในวันที่ 14 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกับ อย.และ สสจ. นำหมายค้นของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าทำการตรวจค้นสถานที่ผลิตและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าว พบ น.ส.ปภาวี อายุ 24 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว โดยขณะตรวจค้นพบการลักลอบผลิตเครื่องสำอางอยู่ด้วยการต้ม กวน และบรรจุลงขวดบรรจุภัณฑ์ ติดฉลาก เพื่อรอการส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ โดยส่วนใหญ่มักจะส่งออกขายต่างประเทศ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่าสถานที่ผลิตดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตผลิตเครื่องสำอาง ตรวจยึดและอายัดของกลาง ได้แก่  

1. ผลิตภัณฑ์ Body Wash ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทย   

จำนวน 1,650 ชิ้น  

2. ผลิตภัณฑ์ Bubble Bath และ Body lotion จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทย จำนวน 27,450 ชิ้น  

3. ผลิตภัณฑ์ Hand Soap ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทยจำนวน 5,700 ชิ้น  

4. ผลิตภัณฑ์ oil ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทยจำนวน 20,500 ชิ้น  

5. ผลิตภัณฑ์ Hand Cream ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทยจำนวน 105,000 ชิ้น  

6. ผลิตภัณฑ์ Bath Bomb ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทยจำนวน 6,648 ชิ้น  

7. ผลิตภัณฑ์ Body Wash Pen ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทยจำนวน 43,400 ชิ้น  

8. ผลิตภัณฑ์ Hand Soap ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทยจำนวน 10,800 ชิ้น  

9. ผลิตภัณฑ์ Hand Soap ไม่จดแจ้ง และไม่แสดงฉลากภาษาไทยจำนวน 8,100 ชิ้น  

10. อุปกรณ์สำหรับผลิตเครื่องสำอาง จำนวน 5 รายการ ได้แก่  

1) เครื่องจักร เช่น เครื่องบรรจุผลิตภัณฑ์ เครื่องติดฉลาก เครื่องยิงเลเซอร์ เป็นต้น จำนวน 13 ชิ้น  

2) ขวดบรรจุภัณฑ์   จำนวน  700  ชิ้น  

3) ฝาขวดบรรจุภัณฑ์   จำนวน  4,500   ชิ้น  

4) สติ๊กเกอร์ฉลาก  จำนวน  211  ม้วน  

5) กล่องกระดาษลังลูกฟูก จำนวน 27  พาเลท  

รวมตรวจยึดและอายัดของกลาง จำนวน 15 รายการ โดยเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจำนวน 9 รายการ จำนวนทั้งสิ้นกว่า 234,699 ชิ้น รวมทั้งเครื่องจักร ฉลาก บรรจุภัณฑ์ และวัตถุดิบในการผลิต รวมมูลค่ากว่า 20,000,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก. ปคบ. ดำเนินคดี  

จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า สถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแต่อย่างใด โดยเจ้าของสถานที่จะลักลอบผลิตและส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ โดยส่วนใหญ่จะส่งออกขายต่างประเทศ โดย น.ส.ปภาวี กล่าวอ้างว่า ตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว โดยมีหน้าที่ดำเนินกิจการต่างๆ แทนกรรมการบริษัทชาวจีน เนื่องจากตนเองมีความรู้ ด้านส่วนผสมและผลิตเครื่องสำอางเนื่องจากเรียนจบด้านเคมี โดยโรงงานดังกล่าวทำมาแล้วประมาณ 8 เดือน  

เบื้องต้นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558  

1. ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

2. ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

3. ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางที่ฉลากไม่แสดงข้อความภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  

ทั้งนี้ นายแพทย์ รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทราในการประสานส่งต่อข้อมูลในพื้นที่ และตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวนขยายผลจนสามารถหาแหล่งผลิตและจำหน่ายรวมถึงตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก   

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบสถานที่ดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตผลิต ขอเตือนผู้ผลิตทุกรายให้ปฏิบัติ ตามกฎหมาย หากพบการลักลอบผลิตที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย อย. จะดำเนินคดีโดยเคร่งครัด  

ขอย้ำเตือนประชาชนว่า การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางควรเลือกซื้อที่มีฉลากภาษาไทย แสดงชื่อเครื่องสำอาง ชื่อทางการค้า ประเภทเครื่องสำอาง ชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ ครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิตหรือปีเดือนที่ผลิต คำเตือน (ถ้ามี) และเลขที่ใบรับจดแจ้ง มีการระบุแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ หากมีปัญหาจะติดต่อผู้รับผิดชอบได้ ซื้อเครื่องสำอางที่ไม่อวดอ้างสรรพคุณ เกินจริง อย. ไม่อนุญาตการโฆษณาที่อวดอ้าง เป็นเท็จ หลอกลวง และเกินจริง หากพบจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำการโฆษณาทุกกรณี  

ทั้งนี้ ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ที่ www.fda.moph.go.th และ Line@FDAThai หากพบผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าผิดกฎหมายแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน Email: [email protected]  Line@FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ