ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Wattana Khuansuk โพสต์เรื่องราวที่หดหู่มาก จันจึงอยากเอามาให้ทุกคนได้อ่านเพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับคนที่ขับรถประมาท ซึ่งพี่วัฒนาได้โพสต์เรื่องราวว่า
“ 31 มีนาคม เวลาประมาณ 01.40 น. เหมือนฝันร้ายที่สุดของผมและเมีย ได้เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลัก ข้ามเลนมาชนผมและเมีย ทำให้เมียผมขาซ้ายขาดในที่เกิดเหตุ ส่วนผมขาซ้ายเส้นเลือดดำเเดงขาด (รู้จากหมอตอนรักษา) ส่วนเมียผมขาซ้ายขาดในที่เกิดเหตุทำให้เมียผมรักษาและฟื้นตัวเร็ว 12 เม.ย ก็ออกจาก รพ. กลับมาพักฟื้นที่ห้องพัก ส่วนผมก็ยังรักษาอยู่ที่ รพ. รักษาขาช้ายที่เส้นเลือดดำแดงขาด รักษา 2-3 รอบก็ไม่ทำให้ดีขึ้น อาการเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เจ็บตลอดเวลาเจ็บตลอดวินาทีเหมือนตกนรกทั้งเป็น


จนเมื่อประมาณ(ไม่แน่ใจ) 9 เม.ย หมอมาบอกกับผมว่าขาของผมติดเชื้อต้องตัดขาซ้ายทิ้ง ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่ออก คิดมาก คิดไปสารพัด ร้องไห้รับไม่ได้กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่ในที่สุดผมก็ทำใจได้และได้คุยกับพ่อและแม่ว่าจะเอายังไง คิดกันอยู่ 1 คืน ก็ตัดสินใจให้หมอตัดขาด้านซ้ายทิ้ง

13 เม.ย ประมาณ 13.40 น. เข้าห้องผ่าตัดหมอก็ตัดขาซ้ายของผมทิ้ง เวลาประมาณ 17.30 น. ผมออกจากห้องผ่าตัดมันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก มากที่สุด เวลา18.00 น. เเม่ผมได้เข้ามาเยี่ยม(ตอนนั้นรักษาตัวอยู่ที่ห้อง ICU) ผมไม่สามารถที่จะพูดคุยกับแม่ผมได้ เนื่องจากเจ็บแผลมากผมจึงบอกให้กลับบ้านคืนนั้นผมนอนไม่หลับ เลยได้แต่ร้องเรียกพยาบาล พยาบาลเจ็บๆๆ คืนนั้นพยาบาลใช้ยาแก้ปวดทุกอย่างมอฟีนก็เอาไม่อยู่ จนพยาบาลโทรไปปรึกษาหมอ หมอจึงแนะนำให้พยาบาลใช้ยาซีสหรืออะไรนี่แหละ แต่เป็นยาแก้ปวดชนิดแรง ผมได้ยานี้ไปจึงได้หลับได้


ในคืนนั้น 14 เม.ย ผมก็ย้ายไปห้องพิเศษแต่ก็ยังเจ็บแผลมาก เพราะหมอยังไม่ได้เย็บแผลเนื่องจากแผลติดเชื้อหมอจึงค่อยๆ รักษาไปให้ยาฆ่าเชื้อตลอดแต่ละวันเวลาหมอหรือพยาบาลมาล้างแผลมันเป็นอะไรที่เจ็บปวดมาก มอฟีนฉีดเข้าเส้นเลือดก็ไม่ทำให้หายเจ็บได้จน 19 เม.ย (18หรือ19จำไม่ได้เพราะได้รับยาเยอะยาทุกชนิด จนมีอาการหลอน) หมอก็เอาเข้าห้องผ่าตัดไปเย็บแผลเย็บที่ละนิดเพราะแผลมันมีเชื้อค่อยๆรักษาหมอบอก ล้างแผลทุกๆเช้าก็เจ็บปวดเหลือเกิน เจ็บปวดตลอดเวลาทุกวินาที จน 26 เม.ย ก็เข้าห้องผ่าตัดเย็บแผลอีกรอบ แต่ก็ยังเย็บไม่หมดเหลืออีก 2 เซ็นหมอบอก(เข้าห้องผ่าตัดทุกครั้งต้องดมยาสลบบ่อยรับยาเยอะจนสมองเบลอไปหมด)เย็บยังไม่หมดก็ล้างแผลทุกๆเช้าเหมือนเดิมแต่ความเจ็บปวดได้ลดลงบ้าง


จนวันที่ 1 พ.ค ก็เย็บแผลที่เหลือ เย็บเสร็จหมอบอกให้กลับบ้านเลย แต่เดินเรื่องไม่เสร็จจึงได้ออกจาก รพ. วันที่ 2 พ.ค ก็ได้กลับบ้านหรือห้องพักได้ 1 เดือนเต็มกับการรักษาหรือนอน รพ.


เรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตครอบครัวของผมและครอบครัวเมียผมมาก แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ที่สุดคือยังมีชีวิตอยู่ ได้เห็นหน้าครอบครัวยังที่จะสู้เพื่อลูกเมียพ่อแม่และคนที่ผมรัก
เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะความ…และความประมาทแท้ๆ ผมจึงอยากเตือนให้ทุกคนที่ขับรถเมาแล้วไม่ขับและอย่าประมาทมีสติในการขับรถ ทำตามกฎหมาย กฎจราจร จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนใครและไม่ต้องเดือดร้อนตัวเอง ส่วนความสูญเสียของครอบผมครั้งนี้คงต้องได้แต่ทำใจและสู้ต่อไปครับ ช่วยแชร์ได้นะครับ”

ส่วนเรื่องความคืบหน้าของคดี พี่วัฒนาบอกกับจันว่าเดี๋ยววันที่ 15 พ.ค.62 จะมีการพูดคุยกับคู่กรณีอีกครั้ง
จันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพี่วัฒนาด้วยนะคะ
