ทุกคนล้วนมีความฝันเป็นของตัวเอง อยากมีอนาคตที่สดใส เหมือนกับ น.ส.ตะวัน ทิพย์พุ่มฉัตร หรือ พลอย อายุ 22 ปี เธอตั้งใจเรียนจนเกือบจะจบปริญญาตรีแล้ว…แต่ก็ต้องมาสะดุดกับอุบัติเหตุที่ดับอนาคตที่ฝันไว้
เธอโพสต์เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก “ Tawanploy Twt ” เป็นภาพนิ้วของเธอที่ถูกตัด หลังโดนอุบัติเหตุขณะฝึกงาน


โดยเขียนข้อความว่า “ วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 เดือนแห่งการสูญเสียของเรา ปีนี้พึ่งอายุ 22 ปีเองก็เบญจเพสซะแล้ว หนักที่สุดในชีวิต ต้องถูกตัดนิ้วมือข้างซ้ายทั้ง 4 นิ้ว เราต้องกลายเป็นบุคคลทุพพลภาพในที่สุด ตอนนี้เรากำลังจะเรียนจบ จริงๆอยากตามหาความฝันตัวเอง แต่บางทีอาจจะถูกจำกัดด้วยสถานะภาพทางร่างกายของเรา เราเกิดในครอบครัวที่ฐานะยากจน พ่อแม่ไม่ได้ส่งเสียให้เราเรียนหนังสือ เราส่งเสียตัวเองเรียนด้วยสองมือของเราเอง ที่มหาวิทยาลัยรัฐบาลในจังหวัดนครสวรรค์จังหวัดบ้านเกิดของเรา ตอนนี้เราอยู่ปี 4เทอม 2 เรามาฝึกงานที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ โรงแรมแถวสี่แยกนวมินทร์ เราได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องรีดผ้าลูกกลิ้งอุตสาหกรรมของโรงแรมทับมือขณะฝึกงาน ทำให้ต้องตัดนิ้วมือข้างซ้าย 4 นิ้ว เนื่องจากความร้อนทำลายเส้นประสาท จวบจนทำลายมวลกระดูกทำให้กระดูกสุก และในที่สุดเราจำเป็นต้องตัดนิ้วร้ายเราทิ้งไป เราจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตที่เหลืออยู่ไม่ครบ 32 เราคงต้องปรับตัวให้ชินใครพอให้คำแนะนำได้บ้างว่าควรดำเนินการจัดการอย่างไรกับชีวิตดี
#แล้วต่อจากนี้เราจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรกับชีวิตที่ไม่ครบ32 #สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต #ฉันต้องกลายเป็นคนพิการ #เก็บไว้เตือนความจำ #ประสบอุบัติเหตุ4มีนา62
#ตัดนิ้ว3เมษา62 #พรุ่งนี้ครบรอบสองเดือนกับเหตุการณ์เลวร้าย #ตอนนี้เรารู้สึกอ่อนแอ #ยังทำใจรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น #ทำไมต้องเป็นเรา”


พลอย เปิดใจกับจันทั้งน้ำตาว่า เธอเรียนคณะวิทยาการจัดการ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ อยู่ปี 4 เทอม 2 แล้ว ได้มาฝึกงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งทางโรงแรมให้นักศึกษาฝึกงานทุกคนฝึกทุกแผนก พลอยก็เช่นกัน วันนั้นช่วงบ่าย เธอมาช่วยงานแผนกซักรีด ระหว่างทำงาน มือข้างซ้ายของเธอถูกเครื่องรีดผ้าดูดเข้าไป ผ่านที่กั้นเซนเซอร์ แต่โชคร้าย เซนเซอร์ไม่ทำงาน เธอพยายามดึงมือออกก็เอาชักออกไม่ทัน ความรู้สึกตอนนั้นปวดแสบปวดร้อนแต่ก็ยังพอทนได้ แต่ก็ทำเอาชาไปทั้งตัวเลย

ตอนเกิดเหตุ ทุกคนในแผนกก็เข้ามาช่วยกันพยายามช่วยเอามือออก พยายามแกะตัวเครื่องเพื่อช่วยเหลือเธอ ไม่นานก็เอามือออกมาได้ ตอนนั้นไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรมาก เพราะไม่ได้เจ็บมากเท่าไหร่ คิดว่าคงแค่พองเฉยๆ

หลังถูกส่งตัวไปรักษา หมอเดินเข้ามาบอกเธอว่า ต้องตัดนิ้วทิ้ง เพราะเนื้อตายไปหมดเลย แต่หมอก็ยังให้เธอตัดสินใจด้วยตัวเธอเองว่าจะไม่ตัดก็ได้ แต่นิ้วก็จะไม่สามารถใช้งานได้อีกเลย และเนื้อตายจะลามมากินเนื้อดี แต่อย่างไรก็ตามนิ้วก็จะหลุดออกไปเอง ซึ่งต้องใช้เวลานานร่วม 1-2 ปี

การตัดสินใจครั้งนี้ ยากที่สุดในชีวิต หลังจากวันเกิดเหตุเมื่อ 4 มี.ค. 62 ต้องจำใจต้องตัดนิ้วดเพื่อรักษาชีวิต เกิดเหตุวันที่ 3 เม.ย. 62 จนถึงวันนี้ (6 พ.ค. 62) เธอยังทำใจไม่ได้ คิดไม่ออกจะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร กังวลหลายอย่าง พ่อแม่ก็เสียใจ แต่ท่านก็ให้กำลังใจมาตลอด ให้สู้และอย่าคิดสั้น ซึ่งเธอก็ยอมรับว่าเคยคิดสั้นด้วย แต่พอคิดไปคิดมา หากทำแบบนั้นลงไปแล้วไม่ตาย ภาระก็ตกที่พ่อแม่ จึงไม่ทำ


หนึ่งเดียวที่ทำให้พลอยสู้ คือ “ ย่า” ผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็ก ให้กำลังใจตลอดมา หากไม่รู้จะไปต่อทางไหน ก็ให้กลับมาอยู่บ้านไปอยู่กับย่า เพราะย่าพร้อมจะเริ่มต้นใหม่และดูแลหลานเสมอ
พลอยฝากเป็นอุทาหรณ์ กับทุกคนให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ เพียงเสี้ยววินาทีอาจเปลี่ยนชีวิตเราไปตลอดกาล…
