สองพี่น้องลูกครึ่ง ที่รอดจากพลัดตกตึก ยังคงอยู่ที่บ้านพัก พม. รอสรุป พ่อหรือแม่จะได้รับไปดูแล

จากกรณี เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 62 เวลา 20.00 น. นายรณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ ประธานกรรมการมูลนิธิรณสิทธิ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ และความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ได้พา ด.ช.ลูก้า นิรันดร์ โบเรล อายุ 12 ปี ด.ญ.พาเมลา นิรันดร์ โบเรล อายุ 11 ปี สองพี่น้องที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์พลัดตกตึกย่านรามคำแหง เข้าพบ พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.กก.ดส. เพื่อขอความช่วยเหลือหลังถูกแม่แท้ๆทำร้ายร่างกายจนทนไม่ไหว หนีออกจากบ้านพักย่านรามคำแหง เพื่อออกตามหาพ่อ จากนั้นทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์( พม.) เข้าดูแลและใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ในการรับตัวเด็กไปดูแลต่อ เพราะเด็กระบุว่า ไม่อยากกลับไปอยู่กับแม่

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน


คืบหน้าวันนี้(17 เม.ย. 62) อีจันได้สอบถามไปยังเพื่อนชาวไทยของ นายมาร์เซล เลออง โบเรล ชาวสวิตเซอร์แลนด์ พ่อของน้องทั้ง 2 คน ได้ความว่า ตั้งแต่หลังเกิดเรื่องที่พ่อมาร์เซลติดธุระอยู่ต่างประเทศ ก็รีบเคลียร์ธุระให้เสร็จและบินกลับไทยทันที ซึ่งพ่อมาร์เซลได้เข้าไปหาลูกทั้งสองคนทุกวันที่ บ้านพักของ พม. เมื่อถามไปถึงว่าสรุปได้ข้อตกลงหรือยัง ว่าใครจะได้รับน้องทั้งสองคนออกไปดูแล เพื่อนชาวไทยของพ่อเมาร์เซล บอกว่า ขณะนี้ทางผู้ใหญ่ได้ให้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของน้อง ต้องไปทำการตรวจร่างกาย เพื่อประเมินดูทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจ ว่ามีความพร้อมที่จะดูแลเด็กๆหรือไม่ ซึ่งนัดให้ไปทำการตรวจประเมินใน วันพรุ่งนี้(18 เม.ย. 62) ที่ รพ.รามาธิบดี ส่วนผลการประเมินน่าจะได้ทราบประมาณ 1-2 วัน หลังประเมินแล้ว

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
และเมื่อถามต่อว่า หลังจากที่พ่อมาร์เซลได้เข้าไปเยี่ยมเด็กๆแล้ว ได้พูดคุยอะไรกันบ้าง เพื่อนคุณพ่อบอกว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องคุณพ่อก็เข้าไปหาเด็กๆทั้งสองคนที่บ้านพัก พม.ตลอด ทราบมาว่า น้องลูก้าบอก ไม่อยากกลับไปอยู่กับแม่แน่นอน ส่วนน้องดีดี้ ยังดูลังเล บอกว่าขออยู่กับทั้งพ่อและแม่บ้างสลับกัน ซึ่งตรงนี้ท้ายที่สุดแล้วคิดว่าก็ต้องดูความต้องการของเด็กๆและผลการประเมินสภาพร่างกายและจิตใจของทั้งพ่อและแม่ประกอบกัน
ภาพจากอีจัน

ทั้งนี้ทางคุณพ่อมาร์เซลยืนยัน จะขอดูแลลูกทั้งสองคนเองหลังจากนี้ ขณะเดียวกันทางคุณแม่จอย ก็บอกว่า จะพยายามพาลูกกลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม