คุณเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ไหมครับ? …
19 พฤษภาคม ที่เมืองล่องแจ้ง สปป.ลาว ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับกลายเป็นสีดำ คนงานชาวลาว 10 คน ที่รับจ้างจากกลุ่มทุนจีน เข้าไปขุดหาแร่ทองในพื้นที่เหมืองแห่งหนึ่งของเมืองล่องแจ้ง แลกกับค่าตอบแทนวันละ 150 บาท ระหว่างปฏิบัติงาน เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมภายในอุโมงค์ของเหมือง และปิดเส้นทางเข้า-ออก แต่คนงาน 3 คน สามารถหนีออกมาได้ทัน ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำป่าทะลักเข้าท่วมเหมืองทองคำเก่า คนงาน 10 ชีวิตหนีตายออกมาได้เพียง 3 … เหลืออีก 7 ชีวิตที่หายสาบสูญไปใต้ดิน
ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว… เสียงหัวใจที่เต้นแผ่วลงเรื่อยๆ ท่ามกลางระดับน้ำที่สูงขึ้นจนมิดเพดานถ้ำ
อ่านตรงนี้ให้ดีนะครับ… นี่คือบทพิสูจน์ความพยายามที่คนทั้งโลกต้องจารึกว่า… มันยากไม่ต่างอะไรกับภารกิจช่วยชีวิต 13 หมูป่าที่ถ้ำหลวง
ทำไมต้องเรียกที่นี่ว่าถ้ำหลวง 2? เพราะมันไม่ใช่แค่ถ้ำ แต่มันคือรูขนาดกว้างแค่ 50 เซนติเมตร เล็กกว่าตัวคนบางคนเสียอีก ภายในเต็มไปด้วยโคลนหนืด ที่พร้อมดูดวิญญาณคน และน้ำที่ขุ่นจนมองอะไรไม่เห็น

ภารกิจนี้ สปป.ลาว ส่งสัญญาณความช่วยเหลือมายังพี่น้องไทย และผู้ที่ตอบรับคือเหล่านักกู้ภัย
ระดับโลก รวมทั้งกู้ภัยจากประเทศไทย
พวกเขาไม่ได้มาเพื่อชื่อเสียง แต่พวกเขามาเพราะ ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต แม้รู้ว่าข้างหน้าอาจไม่มีทางกลับออกมาก็ตาม
พี่น้องกู้ภัยจากเมืองไทย ต้องแบกอุปกรณ์น้ำหนักมหาศาล เดินเท้าขึ้นเขาในสภาพดินถล่ม วันที่ 26 พฤษภาคม ฝนถล่มหนักจนน้ำไหลย้อนกลับเข้าถ้ำ วินาทีนั้นทุกคนต้องถอยออกมาก่อนด้วยน้ำตา… เพราะอีกเพียง 11 เมตรเท่านั้นก็จะถึงจุดหมาย
เสียงตะโกนด่าโชคชะตาดังระงมในใจ แต่ไม่มีใครยอมแพ้ ทีมไทยพูดคำเดียวว่า “ถ้ายังไม่เจอ… เราจะไม่กลับบ้าน” นี่คือหัวใจของกู้ภัยไทยครับ

พวกเขาไม่ได้สู้กับน้ำ แต่พวกเขาสู้กับเวลาที่กำลังจะหมดไปของ 7 ชีวิตข้างใน
และแล้ว… บ่ายวันที่ 27 พฤษภาคม เข็มนาฬิกาหยุดเดิน เมื่อนักดำน้ำโผล่พ้นน้ำในโถงถ้ำมืดๆ แล้วเห็นแสงสะท้อนจากดวงตาคน 5 คู่
เสียงสะอื้นที่ออกมาจากลำคอแห้งผากของพี่น้องชาวลาว คือรางวัลเดียวที่ทีมกู้ภัยไทยอยากได้ยิน ไม่ใช่ทองคำจากเหมืองนี้ แต่คือลมหายใจของมนุษย์
สรุปยอดสุดท้าย พบแล้ว 5 คน ยังขาดอีก 2 คน ที่ทั้ง 5 ไม่รู้จักด้วยว่า เป็นใคร
ภารกิจกู้ชีวิต 5 คนแรก เป็นปฏิบัติการเสี่ยงตายของ มิกโก ปาซี นักดำน้ำถ้ำชาวฟินแลนด์วัย 52 ปี หนึ่งในทีมช่วยเหลือ 13 หมูป่าที่ถ้ำหลวงเมื่อ 8 ปีก่อน อาจารย์ติงลี่ เก่งกาจ บ้งกาวงศ์ จากหน่วยเมตตาธรรมกาฬสินธุ์ ที่ไปเป็นหัวหน้าทีมกู้ภัยไทย บัญชาการเหตุการณ์ และปอน จักรกฤษณ์ เเต่งตั้ง จากหน่วยสมาคมสายธารสะพานบุญ ซึ่งพวกเขายังคงเดินหน้าค้นหาอีก 2 ชีวิต อย่างมีความหวัง

ตอนนี้น้ำยังไม่ลด ทีมไทยยังคงเฝ้าอยู่ปากถ้ำ ส่งเสบียง ส่งยา ดูแลจนกว่าคนสุดท้ายจะก้าวเท้าออกมาสู่แสงสว่าง
เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนเราว่า… ในยามวิกฤต พรมแดนไม่มีความหมาย ภาษาไม่ใช่อุปสรรค แต่ น้ำใจ คือสิ่งที่นำทางพวกเราเสมอ ขอบคุณความกล้าหาญของทีมกู้ภัยไทย ขอบคุณความอดทนของพี่น้องสปป.ลาว
“ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้นเอง… แต่มันสร้างขึ้นด้วยมือของมนุษย์ที่เรียกว่า กู้ภัยครับ”
