เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 62 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพตัวเอง ในสภาพบาดเจ็บ ฟกช้ำตามร่างกาย จากการถูกแฟนทำร้าย ทุบตี



โดยระบุข้อความว่า “เพิ่งอายุครบ 20ปี เมื่อวานนี้ค่ะ แฟนอายุ 39ปี หนูกับแฟนได้มีปากเสียงกันในไลน์ส่วนตัว โดนแฟนทำร้ายร่างกาย ตั้งแต่ ตี5 ต่อยรั่วมาประมาณชั่วโมงกว่า บีบคอหนูกะจะเอาให้ตาย ซ้อมตลอดไม่หยุด ตอนบีบคอหนูรู้สึกว่าจะขาดใจแล้ว หนูนิ่งไปแต่หนูเป็นห่วงลูกหนูต้องฝืนตัวเอง แล้วแฟนขู่ว่าจะทำร้ายแม่กับน้อง ประมาณฟ้าสว่าง หนูได้โอกาสเลยรีบวิ่งลงมาขอความช่วยเหลือจากคนเดินผ่านไปมาเลยขอยืมโทรศัพท์โทรหาแม่ ซึ้งห้องพักที่แม่อาศัยไม่ไกลจากคอนโดที่หนูอยู่ค่ะ หลังจากรอแม่ หนูได้อยู่ข้างล่าง แฟนหนูได้อุ้มลูกลงมา ไม่ยอมให้ลูก กะจะเอาลูกหนูไป ซึ้งหนูกับแฟนไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันค่ะ

พอแม่เดินทางมาถึง แม่เห็นสภาพหนูที่ดูไม่ได้ แล้วแม่ถามแฟนหนูว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ แล้วแฟนก็ด่าพูดไม่รู้เรื่อง ด้วยอาการ เมา เพราะตอนหัวค่ำกินเบียร์ แต่แฟนยังมีสติครบทุกอย่าง แม่เลยเข้าไปตบหน้าแฟน1ครั้ง แฟนพยายามเข้ามาทำร้ายแม่กับน้อง ซึ้งมีคนรั้งแฟนไว้อยู่3คน แต่หลุดออกมาได้ น้องหนูปกป้องแม่ น้องเลยโดน ต่อยที่หัวค่ะ ส่วนแม่โดนที่ร่างกายบ้างบางส่วน เพราะตอนให้การกับตำรวจ ตำรวจก็พิมพ์ไม่ละเอียด ตอนนี้อยากจะเข้าไปเอาโทรศัพท์เอาของและเอกสารของลูกกับของตัวหนูเอง”

จันได้ติดต่อไปถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยเธอเล่าให้จันฟังว่า ชีวิตคู่ 3วันดี4วันร้ายมาตลอด ตรงกันข้ามกับตอนแรกที่เขามาขอคบเป็นแฟน อาสาเป็นคนดูแล ให้ออกจากงานมาอยู่บ้านเฉยๆ แต่พอไม่กี่เดือนก็กลับคำ ด่าว่าทำร้ายร่างกาย กระทั่งวันเกิดเหตุ (11 เม.ย. 62) สามีเธอออกไปกินเบียร์ข้างล่างคอนโด ก็ทะเลาะกันผ่านทางไลน์ ผ่านไปสักพัก เธอได้ยินเสียงสามีเดินจ้ำเท้าขึ้นมาบนห้อง เหมือนเธอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น….
และสิ่งที่คิดไว้ก็เป็นจริง สามีเธอเปิดประตูแล้วตรงดิ่งเข้ามาทำร้ายเธอไม่ยั้งร่วมชั่วโมง ตั้งแต่ตี 5 ยันสว่าง แถมบีบคอจนแทบขาดใจ


หลังเอาตัวรอดจากเงื้อมมือผัวโหดได้ ก็รีบไปแจ้งความทันที จากนี้จะติดตามความคืบหน้าเรื่อยๆ ขอภาพจากกล้องวงจรปิดจากคอนโด มาเป็นหลักฐานในการเอาผิด และจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะทำกันขนาดนี้ ทั้งตัวเธอ แม่เธอและน้องสาว มันเกินไป
ส่วนอาการตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว จากตอนแรกสภาพดูแทบไม่ได้ อยากให้เป็นอุทรหรณ์กับคู่รักหลายๆคู่ ก่อนจะรักใครก็ดูให้ดีๆ เห็นกันมาเยอะแล้ว
