เมื่อวันที่ 11 เม.ย.62 นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ได้เดินทางเข้าพบ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจในการครอบครองกัญชาเพื่อทางการแพทย์

อ.เดชา ได้เข้าหารือกับ นายนิยม และทีมงาน ป.ป.ส. อยู่นานเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนจะออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ถึงการจับกุม อ.ซ้ง ข้อหาผลิต และครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต ในระหว่างรอยื่นคำร้องขอนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562
โดยนายนิยม ชี้แจงว่า การจับกุม อ.ซ้ง นั้นเข้าใจว่าเป็นการตีความกฎหมายของแต่ละฝ่ายไม่เหมือนกันเพราะมีเงื่อนไขในช่วงนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาในกรอบเวลา 90 วัน โดยทาง ป.ป.ส.ขอชี้แจงว่าหากผู้ที่ต้องการครอบครองกัญชาจะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตไปยังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือสาธารณสุขจังหวัดเสียก่อน หากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมระหว่างยื่นเรื่องก็จะมีข้อมูลสามารถตรวจสอบได้
ส่วนของกลางที่ยึดมาจากการเข้าตรวจสอบมูลนิธิ เช่น ต้นกัญชา น้ำมันสกัดจากกัญชาประมาณ หรือเมล็ดกัญชา พร้อมทั้งเรื่องคดีความของนายพรชัย ขอเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนท้องที่เป็นผู้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่ยืนยันว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อ อ.เดชา ทั้งสิ้น

ด้าน อ.เดชา ยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้น มาจากการตีความหมายต่างกัน สำหรับการจับกุม อ.ซ้ง ในระหว่างที่ตนเดินทางไปต่างประเทศนั้น เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำตามกฎหมายและโชคดีที่ตนไม่ถูกจับ พร้อมทั้งเป็นความโชคดีของ ป.ป.ส.ที่ไม่ได้จับตน
เพราะไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ขอให้มองไปถึงอนาคตว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาได้อย่างไร เพราะข้อจำกัดของกฎหมายในปัจจุบันเยอะมาก แต่ผู้ป่วยไม่สามารถรอได้นั่นเอง


ส่วนทาง น.ส.รสนา โตสิตระกูล มูลนิธิสุขภาพไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการขอยื่นเรื่องให้ อ.เดชา ขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน โดยมีเงื่อนไขต้องให้ชาวบ้านในพื้นที่ หน่วยงานปกครองท้องถิ่น หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวบรวมรายชื่อไม่ต่ำกว่า 10 คน เพื่อรับรองตามขั้นตอน
พร้อมทั้งชี้แจงกับผู้ป่วยที่ต้องรับยาสกัดจากกัญชาว่าจะไม่ถูกดำเนินคดีหลังพ้นช่วงนิรโทษกรรม 90 วันไปแล้ว
