แกะรอย! โจรชิงทองหนัก 198 บาทย่านสุขุมวิท หนี 3 สัปดาห์ไม่รอดจนมุม ตร.
อีจัน อ้วน
19 กุมภาพันธ์ 2569

มาดูกันว่าร่องรอยอะไรที่ทำให้ตำรวจควานหาตัว “โจรหมวกฟาง” รายนี้จนเจอ แม้จะหลบหนีได้นานถึง 3 สัปดาห์
หลังเกิดเหตุชิงทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 198 บาท เงินสด 170,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15 ล้านบาท เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 30 ม.ค.2569 ซึ่งหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. , พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. , พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 และ ชุดสืบนครบาล , ชุดสืบสวน บก.น.5 ลงพื้นที่เกิดเหตุตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทุกสถานที่ในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ขับขี่หลบหนี ตั้งแต่ช่วงเวลา 23.30 น. ของวันที่ 30 ม.ค.2569 เป็นต้นไป

คนร้ายที่ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ เข้าออกซอยต่าง ๆ ในพื้นที่ สน.คลองตัน , สน.ประเวศ และ สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ และมีการพรางตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยครั้ง สุดท้ายชุดสืบสวนก็พบรถจักรยานยนต์ทิ้งลงไปในคลองแห่งหนึ่ง พบห่วงทอง 1 วงตกบนฟุตพาธ และพบปืนปลอมที่ใช้ก่อเหตุในคลอง โดยคนร้ายลอยคอในคลองหลบหนี

ชุดสืบสวนไม่ลดละความพยายาม จึงไล่ย้อนดูภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง 7 วัน ก่อนคนร้ายลงมือก่อเหตุชิงทองรูปพรรณ กระทั่งพบหลักฐานสำคัญจากภาพกล้องวงจรปิด พบว่าวันที่ 26 ม.ค.2569 ชายคนหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์สีเทา ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู้ปปี้ติดแผ่นป้ายทะเบียน 5 กx 1xxx กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นป้ายทะเบียนที่ลักมาจากรถจักรยานยนต์อีกคันหนึ่ง โดยคนร้ายใช้สติ๊กเกอร์ปิดตัวเลข 5 ที่อยู่ข้างหน้าไว้

จากนั้นไล่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าชายคนนี้เข้าไปในแมนชั่นแห่งหนึ่ง แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ชุดสืบสวนจึงขอความร่วมมือเจ้าของแมนชั่น ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ชายคนนี้เช่าพักอาศัยที่แมนชั่นแห่งนี้ ในราคาเดือนละ 1,800 บาท โดยทำสัญญาเช่าวันที่ 25 ธ.ค.2568 พักอยู่ห้อง 812 ชั้น 8 ระบุชื่อสกุลพร้อมสำเนาบัตรประชาชนไว้ชื่อ นายจะลอ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี แต่นายจะลอ กรอกข้อมูลวันเดือนปีวันออกบัตร และวันบัตรหมดอายุ ไม่ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนที่ครอบครอง ณ ปัจจุบัน เหมือนมีการอำพรางข้อมูลบางส่วน



ขณะเดียวกันวันที่ 26 ม.ค.2569 ภาพจากกล้องวงจรปิดของแมนชั่น บันทึกภาพนายจะลอ สวมใส่รองเท้า และถือถุงสีน้ำเงิน ตรงกับรองเท้าและถุงสีน้ำเงิน ที่คนร้ายสวมใส่ใช้ถุงสีน้ำเงินในวันก่อเหตุชิงทองรูปพรรณวันที่ 30 ม.ค.2569
อีกทั้งยังพบอีกว่าวันที่ 26 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 18.13 น. นายจะลอ ถือถุงสีน้ำเงินเข้าไปแลกเงินที่ร้านแห่งหนึ่ง บริเวณปากซอยสุขุมวิท 101 กรุงเทพฯ โดยแลกธนบัตรสกุลริงกิตจำนวน 57 ริงกิต แลกเป็นเงินบาทไทยจำนวน 348.55 บาท โดยร้านแลกเงินได้สำเนาบัตรประชาชนของนายจะลอ ไว้เป็นหลักฐานก่อนเดินไปที่สถานีรถไฟฟ้า
ข้อมูลทั้งหมดของนายจะลอ ถูกนำมาวิเคราะห์ และตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พบว่า ปี 2556 ถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ พื้นที่ สน.คลองตัน , ปี 2559 ถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ พื้นที่ สน.คลองตัน และปี 2563 ถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พื้นที่ สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ จำนวน 5 ครั้ง

ชุดสืบสวนจึงมั่นใจพยานหลักฐานที่รวบรวมได้โดยให้พนักงานสอบสวน ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ พิจารณาออกหมายจับนายจะลอ หรือทิว อายุ 29 ปี โดยศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับที่ 198/2569 ลงวันที่ 18 ก.พ.2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ” ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยผ่านสิ่งกีดกั้นสําหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประกันใด ๆ โดยมีอาวุธโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทําความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป “
จากนั้น พล.ต.ท.นพศิลป์ พร้อมชุดสืบนครบาล นำโดย พล.ต.ต. โชติวัฒน์ นำทีมสืบนครบาล เข้าจับนายจะลอ บริเวณซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

เบื้องต้นการซักถามนายจะลอ อ้างว่านำทองรูปพรรณที่ชิงทรัพย์มา ให้เพื่อนไปขายฝั่งประเทศเมียนมา โดยเพื่อนให้เงินมา 200,000 บาท และนัดรับเงินสดเหลือที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 7 มี.ค.2569
ระยะเวลา 21 วัน ปิดฉากการแกะรอยไล่ล่า.
