CIB รวบกรรมการบริษัทม้า เปิดบัญชีบริษัทให้แอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน   

อีจัน อ้วน

อีจัน อ้วน

27 กุมภาพันธ์ 2569

CIB รวบกรรมการบริษัทม้า เปิดบัญชีบริษัทให้แอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน   

กรรมการบริษัทม้า เปิดบัญชีให้แอปเงินกู้เถื่อน เก็บดอกโคตรโหด!!!! 

วันนี้(27 ก.พ.69) CIB โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก. บก.ปอศ. พร้อมทั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เเละเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นางสาวณัฐพร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6677/2568 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 จับกุมได้ที่บริเวณโครงการ CHOC ถ.มหิดล ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ จว.เชียงใหม่ 

ซึ่งกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ร่วมกันทวงถามหนี้ในลักษณะ การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น, ร่วมกันทวงถามหนี้ในลักษณะการใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น, ร่วมกันแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ทวงถามหนี้”  

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนเมษายน 2568 ได้มีผู้เสียหาย มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. กรณีกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน “Vita Sheif” ซึ่งมีการโฆษณาชักชวนผ่านสื่อออนไลน์ อ้างว่าสามารถอนุมัติสินเชื่อได้ง่าย รวดเร็ว ทราบผลภายใน 5–10 นาที โดยมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์ข่มขู่คุกคามผู้กู้เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อน จากการสอบสวนทราบพฤติการณ์ว่าผู้เสียหายสมัครใช้บริการ แอปพลิเคชันดังกล่าวจะให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล หมายเลขบัญชีธนาคาร และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งบังคับให้ความยินยอมเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น รูปภาพ รายชื่อผู้ติดต่อ หากไม่ยินยอมให้เข้าถึงจะไม่ได้รับการอนุมัติยอดเงินกู้ โดยกำหนดให้ชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยภายใน 4 วัน คิดเป็นอัตราร้อยละ 81.82 ต่อ 4 วัน หรือเฉลี่ยร้อยละ 20.46 ต่อวัน หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 7,467.90 ต่อปี นอกจากนี้ยังมีการทวงถามหนี้ผ่านทางโทรศัพท์ แอพพลิเคชั่นไลน์ โทรศัพท์ไปทวงถามหนี้กับบุคคลตามรายชื่อผู้ติดต่อของผู้เสียหาย ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่ คุกคาม และนำรูปของผู้เสียหายโพสต์ประจานในสื่อออนไลน์ด้วยเพื่อให้เกิดความอับอาย ซึ่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 กก.5 บก.ปอศ. ได้เปิดปฏิบัติการ “ทลายเครือข่ายแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน” เข้าตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา นายทุนชาวจีนกับพวกรวม 10 คน แล้วก่อนหน้านี้  

ต่อมา จากการสืบสวนสอบสวนขยายผล พบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวใช้บัญชีธนาคารของ บริษัท ซีไฮ้  เทรด จำกัด ในการรับชำระค่าดอกเบี้ยเงินกู้จากผู้เสียหาย และจากการสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินของบัญชีธนาคาร บริษัท ซีไฮ้ เทรด จำกัด มีเงินหมุนเวียนกว่า 42 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ดังกล่าว มีนางสาวณัฐพร เป็นผู้จดทะเบียนจัดตั้งและเป็นกรรมการในช่วงเวลาเกิดเหตุ อีกทั้งได้มีการเปิดบัญชีธนาคารของบริษัทให้กับนายทุนชาวจีน ซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีแล้วก่อนหน้านี้ ไว้เพื่อรับชำระดอกเบี้ยเงินกู้จากกลุ่มผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องต่อศาลขอออกหมายจับนางสาวณัฐพร 

ได้สืบสวนทราบว่า นางสาวณัฐพรหลบหนีไปทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่ตัวเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 จึงได้นำกำลังเข้าทำการจับกุมตัว นำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่ามีคนให้เพียงแค่จดทะเบียนบริษัท และเปิดบัญชีธนาคาร ตนไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทว่าประกอบกิจการอะไร แต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด