7 ปี J&T Express เดินหน้าเทคโนโลยีโลจิสติกส์ เคียงข้างสังคมไทย

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

24 มีนาคม 2569

7 ปี J&T Express เดินหน้าเทคโนโลยีโลจิสติกส์ เคียงข้างสังคมไทย

เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ก้าวสู่ปีที่ 7 เดินหน้าด้วยเทคโนโลยี เติบโตเคียงข้างสังคมไทย

23 มี.ค. 69 J&T Express ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 7 ปีของการดำเนินธุรกิจ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทยึดมั่นในพันธกิจ “มุ่งเน้นที่ลูกค้าโดยมีประสิทธิภาพเป็นรากฐาน” พร้อมขับเคลื่อนองค์กรด้วยโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และเครือข่ายโลจิสติกส์ดิจิทัล เพื่อยกระดับบริการให้ครอบคลุมและเชื่อมต่อโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ บริษัทได้ขยายการลงทุนทั้งด้านขนาดการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันมีศูนย์คัดแยกพัสดุในประเทศไทยรวมพื้นที่มากกว่า 450,000 ตารางเมตร รองรับการคัดแยกพัสดุได้มากกว่า 20 ล้านชิ้นต่อวัน

ขณะเดียวกัน มีบุคลากรรวมกว่า 80,000 คน และลูกค้าพันธมิตรเกือบ 200,000 ราย สร้างเครือข่ายขนส่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รองรับความต้องการด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมั่นคง ด้วยระบบอัตโนมัติชั้นนำ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และบริการที่มุ่งเน้นประสบการณ์ลูกค้าเป็นสำคัญ

ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทย และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาด

ปี 2568 หมุดหมายสำคัญของการเติบโต

ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ J&T Express ประเทศไทย โดยบริษัทมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องสูงกว่า 40% ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 และครองตำแหน่งผู้นำด้านส่วนแบ่งการตลาด เสริมสร้างความแข็งแกร่งในตลาดยิ่งขึ้น

(พ.ศ. 2561-2580) บริษัทได้ลงทุนเพิ่มเติมในโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ดิจิทัล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดส่งช่วงปลายทาง (Last-mile Delivery) โดยในปี 2568 ยังเป็นผู้ให้บริการรายแรกในประเทศไทย ที่นำระบบคัดแยกและลำเลียงอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรมมาใช้ในเครือข่ายการจัดส่งช่วงปลายทาง

การพัฒนาสู่ระบบอัจฉริยะอย่างครบวงจรนี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเสริมความเสถียรของบริการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในระยะยาว

ขยายเครือข่าย ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

บริษัท J&T Express เดินหน้าขยายเครือข่ายบริการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีร้าน J&T Home มากกว่า 6,500 แห่ง และสถานีเทอร์มินัลมากกว่า 1,000 แห่ง นอกจากนี้ ยังเพิ่มจุดรับ-ส่งพัสดุในพื้นที่ที่มีการใช้งานสูง เช่น มหาวิทยาลัย ร้านสะดวกซื้อ และสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น

ในปี 2569 บริษัทเปิดตัวบริการ “Scan to Pick Up” ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถเรียกพนักงานเข้ารับพัสดุถึงบ้านได้ง่าย ๆ เพียงสแกน QR Code สะท้อนถึงการยกระดับระบบจัดสรรงาน และเส้นทางขนส่งให้มีความอัจฉริยะและตอบโจทย์ผู้ใช้มากขึ้น

เติบโตอย่างยั่งยืน เคียงข้างสังคมไทย

ในฐานะบริษัทขนส่งชั้นนําของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ J&T Express ให้ความสำคัญกับการเติบโตควบคู่สังคม โดยสร้างอาชีพในประเทศไทยกว่า 80,000 ตำแหน่ง ยึดมั่นในแนวคิด “เติบโตเคียงข้างชุมชน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม”

ด้านการศึกษา ปี 2568 บริษัทได้ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษา 30 ราย รวมถึงเปิดร่วมมือกับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ให้นักศึกษาด้านโลจิสติกส์ 70 ราย เข้าเยี่ยมชมและเรียนรู้จากสถานประกอบการจริง

ด้านสังคมและชุมชน บริษัทจับมือกับ มูลนิธิกระจกเงา มอบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน รวมถึงช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ ด้วยการจัดส่งสิ่งของจำเป็นอย่างต่อเนื่อง อาทิ อาหาร น้ําดื่ม และเสื้อผ้า

ด้านสิ่งแวดล้อม ปี 2568 บริษัทร่วมมือกับ กรมป่าไม้ ดูแลและติดตามการเติบโตของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแควระบมและป่าสียัดที่ 19 อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 10 ปี พร้อมทั้งนำวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เช่น ถุงรักษ์โลกแบบใช้ซ้ำได้ เทปกาวย่อยสลายได้ และใบปะหน้าพัสดุดิจิทัลแบบหน้าเดียว

นอกจากนี้ ยังเริ่มนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในกระบวนการจัดส่ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และยกระดับการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการดําเนินงาน เพื่อให้การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกลายเป็นมาตรฐานใหม่

สนับสนุนเกษตรกรไทย สู่ตลาดที่กว้างขึ้น

ในปี 2568 J&T Express ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดตัวโครงการ “J&T Supports Local Farmers” เพื่อสันบสนุนเกษตรกรไทย ด้วยการช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้เกษตรกร และเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายผลผลิต

พร้อมกันนี้ ยังร่วมมือกับสมาคมทุเรียนไทย และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ด้านการจัดการโลจิสติกส์สินค้าเกษตรขั้นสูง สร้างมาตรฐานโลจิสติกส์ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาด

มุ่งสู่อนาคตโลจิสติกส์อัจฉริยะ

ด้าน Ms. Winni Li ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด J&T Express กล่าวว่า “การเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนได้นั้น ขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนประสิทธิภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน เราไม่เพียงให้ความสําคัญกับการนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถเติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับสังคมไทยผ่านการบริหารจัดการที่สอ ดคล้องต่อแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการองค์กร”

ในอนาคต J&T Express จะยังคงเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยี ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ สะดวก และยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน