รวบคาหม้อแกง! พรานป่าอุกอาจ ลอบล่าสัตว์ป่า ตั้งวงแกงกลางอุทยานแห่งชาติออบหลวง
แมงปอ อีจัน
7 นาทีก่อนหน้า

อช.ออบหลวง รวบ 3 พรานป่าคาหม้อแกง ตัวนิ่ม-อีเห็น ซากเต็มหม้อ หลังเข้าพื้นที่อ้างเตรียมทำเกษตร แต่อุกอาจล่าสัตว์


คืนวันที่ 22 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา นางสาวนิภาพร ไพศาล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติออบหลวง รายงานเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่อุทยาน ว่า ทางอุทยานได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน เข้มงวดในการออกลาดตระเวนในช่วงเวลากลางคืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปราบปรามบุคคลที่มีพฤติกรรมลักลอบเข้าไปในพื้นที่ป่า ลักลอบเผาป่าและล่าสัตว์ในช่วงเวลากลางคืน และจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ซึ่งเมื่อคืนวันที่ 22 เมษายน 2569 คณะเจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันปราบปรามส่วนกลางอุทยานแห่งชาติออบหลวง สนธิกำลังร่วมกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติออบหลวง ที่ 4 (บ่อน้ำร้อนเทพพนม) ออกลาดตระเวนป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้มีค่า, ลักลอบลำเลียงไม้มีค่า, ลาดตระเวนเฝ้าระวังไฟป่าในพื้นที่
เมื่อถึงเวลา เวลาประมาณ 22.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้สังเกตเห็นแสงไฟฉายจำนวน 3 ดวงเดินส่องส่ายไปมาในบริเวณสันเขาห้วยแม่กิ๊กหลวง ท้องที่หมู่ 1 ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ใกล้กับจุดเกิดไฟป่าบริเวณป่าแม่กิ๊กหลวงและป่าแม่กิ๊กน้อย คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันวางแผนดักซุ่มเพื่อทำการตรวจสอบบริเวณเส้นทางเข้า-ออกป่าห้วยแม่กิ๊กหลวง
จนถึงเช้าวันที่ 23 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าผิดสังเกตและผิดปกติวิสัย ไม่เห็นกลุ่มบุคคลที่เห็นไฟฉายคาดหัวดังกล่าวออกมาจากพื้นที่ จึงได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบตามเส้นทางดังกล่าว พบรถยนต์ จำนวน 1 คัน จอดบริเวณริมห้วยแม่กิ๊กหลวง และพบรถจักรยานยนต์ดัดแปลงขึ้นภูเขา ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ จอดบริเวณริมลำห้วย อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ทำกินตามเอกสารแจ้งสิทธิ์ครอบครองที่ดินทำกินราษฎร (ม.64)



คณะเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลเป็นชายนั่งจับกลุ่มคุยกันบริเวณริมห้วยแม่กิ๊กหลวงและได้สังเกตเห็นลักษณะคล้ายหัวสัตว์เสียบไม้ย่างไฟอยู่ และพบหม้อแกงข้างในมีชิ้นเนื้ออยู่ในหม้อ จากการสอบถามทราบว่าเป็นแกงเนื้ออีเห็นที่ล่าได้เมื่อคืน คณะเจ้าหน้าที่ได้สอบถามว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่เห็นไฟฉายเมื่อคืนใช่หรือไม่ หนึ่งในกลุ่มชาย ทั้ง 3 ราย ยอมรับว่าใช่กลุ่มไฟฉายที่ล่าสัตว์เมื่อคืน
เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามถึงอาวุธปืนและเครื่องมือที่ใช้ในการล่าสัตว์ ชายทั้ง 3 ราย ไม่ตอบคำถาม คณะเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบและค้นหาอาวุธที่ใช้ในการล่าสัตว์ บริเวณโดยรอบพื้นที่ พบอาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนบริเวณข้างต้นไม้และมีเศษไม้และแผ่นสังกะสีปิดทับเอาไว้ อาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ดัดแปลง ติดลำกล้องส่องสัตว์ขนาด .22 LR แขวนบริเวณกิ่งไม้และมีเสื้อผ้าแขวนบริเวณกิ่งไม้ต้นไม้ดังกล่าว และอาวุธปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก วางพาดต้นไม้บริเวณใกล้เคียง คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบซากสัตว์ที่ถูกย่างแขวนเอาไว้ในตะแกรง ประกอบด้วย ซากตัวนิ่ม จำนวน 5 ชิ้น ซากงูเห่าถูกตัดเป็นชิ้นๆ จำนวน 8 ชิ้น ซากหัวอีเห็น จำนวน 1 ชิ้น และตรวจสอบภายในกระเป๋าสีดำที่อยู่บริเวณดังกล่าว พบซากสัตว์เนื้อสดซากของอีเห็น จำนวน 2 ถุง น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ซากกระรอกบิน จำนวน 1 ตัว น้ำหนัก 200 กรัม และพบไก่ป่าลักษณะเป็นไก่ตั้งล่อ


โดยชายทั้ง 3 คนได้ให้การว่า ตนทั้ง 3 คน ได้เข้ามาพื้นที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 3 คืนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 – 23 เมษายน 2569 เพื่อเข้ามาแผ้วถางเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรในพื้นที่ทำกิน และได้ถือโอกาสดังกล่าวเข้ามาล่าสัตว์ในพื้นที่บริเวณป่าดังกล่าวด้วย

การล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยาน นับเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ !
อุทยานแห่งชาติออบหลวง อยู่ระหว่างจัดทำเอกสารเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป