เปิดใจ สาวใหญ่วัย 56 ปี กระโดดเกาะรถเก๋งชนแล้วหนี พลเมืองดีไล่ตามวุ่นทั้งถนน 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

25 กรกฎาคม 2567

เปิดใจ สาวใหญ่วัย 56 ปี กระโดดเกาะรถเก๋งชนแล้วหนี พลเมืองดีไล่ตามวุ่นทั้งถนน 

หลังจากวานนี้ (24 ก.ค.67) มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ก้อง อย่างยัน โพสต์คลิปขณะผู้หญิง 2 คนมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ก่อนที่สาวเสื้อน้ำเงิน ซึ่งเป็นผู้เสียหายกระโดดเกาะหน้ารถยนต์เก๋งสีขาว แต่คู่กรณีที่เป็นคนขับรถเก๋งกลับขับต่อไปไม่ยอมหยุด จนไรเดอร์ต้องช่วยกันขับตามจี้ และบีบแตรเพื่อให้หยุดรถ จนสาวคนที่เกาะหลุด แล้วคนขับเก๋งก็ชิ่งหนีไปได้ 

ล่าสุดวันนี้ (25 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้พูดคุยกับนายกิตติศักดิ์ หรือบอส อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นคนถ่ายคลิป เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวาน (24 ก.ค.67) ช่วงเวลาประมาณ 09.30 น. ซึ่งตอนนั้นตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งอาหารให้กับลูกค้า เมื่อมาถึงแยกวชิระ ถนนสุโขทัย แขวงและเขตดุสิต กรุงเทพฯ ก็พบกับหญิงสาวขับรถยนต์สีขาว มีปากเสียงกับผู้หญิงอายุราว 50 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงินตะโกนว่าผู้หญิงคนดังกล่าวขับรถชนแล้วหนี ก่อนที่จะกระโดดเกาะหน้ารถ  

จากนั้นหญิงคู่กรณีก็ได้เดินย้อนกลับไปขึ้นรถและขับรถลากคู่กรณีไป ซึ่งขณะนั้นตนได้พยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้หยุด แต่ก็ไม่เป็นผล ตนจริงขี่รถจักรยานยนต์ตามไป โดยผู้หญิงคนดังกล่าวได้ขับรถฝ่าไฟแดง 2 แยก จนเกือบจะถูกรถคันอื่นชน และยังได้มีการเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน ซึ่งในระหว่างทางที่ขี่รถจักรยานยนต์ตามไปนั้นตนก็พยายามตะโกนให้ผู้หญิงคนดังกล่าวหยุดรถ จนกระทั่งขับมาถึงบริเวณสะพานกรุงธนบุรี ก็ได้มีมีรถกระบะขับมาปาดหน้ารถยนต์คันดังกล่าว จึงทำให้หญิงคนดังกล่าวยอมหยุดรถ แต่ตนก็ไม่ทราบว่าหลังจากนั้นมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง  

ด้านคุณเปิ้ล อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นผู้เกาะฝากระโปรงรถตามที่ปรากฏในคลิป เปิดใจกับทีมข่าวว่า ขณะนั้นตนกำลังขับรถยนต์ไปทำงานบริเวณหน้าโรงพยาบาลราชวิถี จู่ ๆ คู่กรณีก็ได้เปลี่ยนเลนกะทันหันมาชนบริเวณท้ายรถของตน ซึ่งตนก็ได้พยายามลดกระจกเพื่อพูดคุยกับคู่กรณี แต่คู่กรณีก็ไม่ยอมหยุดรถ ตนจึงได้ขับรถตามมาปาดหน้าเพื่อให้จอดรถ แต่คู่กรณีก็ยังไม่ยอมจอดรถ จากนั้นพอขับรถมาถึงบริเวณถนนราชวิถี จังหวะที่การจราจรติดขัด ตนจึงตัดสินใจวิ่งลงจากรถ เพื่อไปเคาะกระจกรถคู่กรณีหวังจะพูดคุย แต่คู่กรณีก็ยังไม่ยอมลงมาจากรถ ทำให้ตนตัดสินใจยืนขวางหน้ารถ และเกาะที่ฝากระโปรงรถของคู่กรณี  

ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าคู่กรณีจะขับรถต่อไปทั้ง ๆ ที่ตนเกาะฝากระโปรงอยู่ ตอนนั้นตนเองก็คิดว่าจะต้องเสียชีวิต เพราะกลัวรถทับ เลยตัดสินใจเกาะฝากระโปรงรถไปแบบนั้น โชคดีที่ขณะนั้นมีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามมาหลายคัน จึงสามารถชะลอความเร็วของรถคู่กรณีได้ จนมาถึงแยกการเรือน รถยนต์ของคู่กรณีก็ได้ขับรถยนต์สะบัดตนตกจากรถ พร้อมกับฝ่าไฟแดงหลบหนีไปยังสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ตนจึงตัดสินใจเลือกวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาส่งที่รถยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณถนนราชวิถี พร้อมกับมาแจ้งความ 

คุณเปิ้ล ย้ำว่าไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แค่ต้องการให้คู่กรณีลงมาพูดคุย เพราะรถของตนก็มีประกันภัยชั้น 2 ซึ่งจำเป็นต้องมีคู่กรณีถึงจะสามารถเคลมได้ ถึงแม้ว่ารถของตนจะได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนมีรอยฟกช้ำที่บริเวณหัวเข่าทั้งสองข้าง และมีอาการปวดที่บริเวณซี่โครงซ้าย พร้อมกับฝากเตือนไว้เป็นอุทาหรณ์ว่า ไม่อยากให้ใครนำพฤติกรรมของตนไปเลียนแบบเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ เพราะมีกล้องหน้ารถเป็นหลักฐานอยู่แล้ว ทั้งนี้ ผู้เสียหายยังบอกอีกว่า จากการสังเกตลักษณะภายนอกค่อนข้างเชื่อว่าคู่กรณีของตน น่าจะพูดคุยกันได้ด้วยดี และไม่คิดว่าก็เห็นแบบนี้  

ขณะที่พันตำรวจตรี พีรวิชญ์ จันทร์โรจนธาดา สารวัตรสอบสวน สน.ดุสิต ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ให้ข้อมูลว่า ผู้เสียหายได้มาแจ้งความไว้เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.67) มีร่องรอยฟกช้ำ บาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนคู่กรณีพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองแล้วทราบว่าเป็นชายไทย มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกมาให้ข้อมูลตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แต่จนขนาดนี้ก็ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก