ศาลอุทธรณ์ นัดฟังคำพิพากษา ชี้ชะตาชีวิตน้องชมพู่

อีจัน อ้วน

อีจัน อ้วน

13 สิงหาคม 2568

ศาลอุทธรณ์ นัดฟังคำพิพากษา ชี้ชะตาชีวิตน้องชมพู่

ลูกเพจจำ “คดีน้องชมพู่” ได้มั้ยคะ? 

ล่าสุดวันนี้ (13 ส.ค.68) ศาลอุทธรณ์ภาค 4 นัดอ่านคำพิพากษาคดีฆาตกรรมเด็กหญิงอรวรรณ หรือ น้องชมพู่ วัย 3 ขวบ ซึ่งหายตัวไปจากบ้านพักภายในหมู่บ้านกกกอก จังหวัดมุกดาหาร เมื่อปี 2563  



โดยนายไชย์พล และนางสมพร จำเลยที่ 1-2  ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร เพื่อรับฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีเด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ น้องชมพู่ วัย 3 ขวบ หายไปจากบ้านพักภายในหมู่บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหารเมื่อ ปี 2563 ซึ่งต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนายไชย์พล 20 ปี ใน 2 ข้อหา คือ พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง และ ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย /ส่วนภรรยายกฟ้อง 

เช่นเดียวกับ นางพชรมน ชื่อเดิม นางสาวิตรี และ นายอนามัย พ่อและแม่น้องชมพู่ ก็เดินทางมารับฟังคำพิพากษาในเวลา 9.30 น.  

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 เด็กหญิงอรวรรณ หรือ น้องชมพู่ วัย 3 ขวบหายไปจากบ้านพักภายในหมู่บ้านกกกอก ทำให้ชาวบ้านมากกว่า 200 ชีวิตออกตามหา ต่อมาในช่วงค่ำวันที่ 14 พ.ค.63 พบเป็นศพอยู่ในสภาพเปลือยกาย อยู่บนภูเหล็กไฟ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร  

จากนั้น ตำรวจภูธรภาค 4 และ ชุดสืบสวนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่คลี่คลายคดีนานกว่า 1 ปี กระทั่งวันที่ 1 มิ.ย.68 ตำรวจได้ออกหมายจับนายไชย์พล โดยเชื่อว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 3 ขวบ / ส่วนนางสมพร ก็ถูกดำเนินคดี 1 ข้อหาเช่นกัน 

ล่าสุด ศาลมุกดาหาร ได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยพิพากษาว่า นายไชย์พล จำเลยที่ 1 ทั้งหมด 3 ข้อหา คือมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเล็งเห็นผล จำคุก 15 ปี พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา จำคุก 10 ปี และ กระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น จำคุก 1 ปี รวมจำคุกทั้งหมด 26 ปี ขณะที่ น.ส.สมพร จำเลยที่ 2 พิพากษายกฟ้อง

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. หนึ่งในคณะทำงานชุดคลี่คลายคดีน้องชมพู่ เปิดเผยว่า เป็นระยะเวลากว่า 5 ปี ที่ชุดทำงานได้มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มกำลังและสุดความสามารถ วันนี้ศาลได้วินิจฉัยตามพยานหลักฐานที่ตำรวจและพนักงานสอบสวนใช้เวลาเก็บรวบรวมอย่างรอบคอบหลายปี ทั้งจากหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ พยานบุคคล และข้อมูลเชิงลึกที่ผ่านการวิเคราะห์ทุกมิติ  คณะทำงานยังคงยืนยันว่าเราไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งว่าเป็นผู้กระทำความผิด แต่ยึดจากพยานหลักฐานที่พบเป็นจุดสำคัญ จนนำไปสู่การเจอตัวผู้กระทำผิด

ขอขอบคุณคณะทำงานท่าน นำโดยพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีตผบ.ตร. ที่ให้ความสนใจและลงมาติดตามคดีด้วยตนเอง พร้อมทั้งระดมกำลังชุดสืบสวนจากทั่วประเทศมากฝีมือมาอยู่ที่ บ้านกกกอก ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม รอง ผบช.ภ.4 พร้อมทั้ง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบช.น. / พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐ. / พล.ต.ต.ชัชชัย วงค์สุนะ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร และ พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รอง ผบก.ป. บช.ก. / พ.ต.ท.พูนสุข เตชะประเสริฐพร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.1 รวมถึงทีมงานนักสืบทุกคน สถาบันนิติเวชโรงพยาบาล กองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งในขณะนั้นรับผิดชอบคดีดังกล่าว และทุกคนทำงานอย่างเต็มที่สุดความสามารถ

“ขอยืนยันว่าเราทำคดีนี้ด้วยความยุติธรรมในทุกมิติ เพื่อให้ความจริงปรากฏ และวันนี้ศาลได้ตัดสินบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐาน คำตัดสินนี้ไม่ใช่แค่ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามสมควร้เท่านั้นแต่มันคือการคืนศักดิ์ศรีให้ครอบครัว คืนความจริงให้กับน้องชมพู่ แม้เรารู้ว่าน้องจะไม่มีวันกลับมา แต่จากวันนี้ไป ทุกคนจะจดจำน้องในฐานะเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ได้รับความยุติธรรม” พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าว