จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2562 นายมานพ บุญเลิศ อายุ 56 ปี พ่อของนายชัยประสิทธิ์ ได้หอบหลักฐานไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง และ สภ.บางพลี เนื่องจาก นายชัยประสิทธิ์ บุญเลิศ อายุ 34 ปี (ลูกชาย) ได้หายตัวปริศนาไปตั้งแต่หลังเลิกงาน เวลา 17 .00 น. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 62 พบเพียงรถจักรยานยนต์จมอยู่ในคูน้ำข้างซอยวัดบัวโรย ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ

โดยภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ ขณะที่มีรถกระบะคันหนึ่งขับเข้าออก ตรงบริเวณจุดที่พบรถ และจากการติดตามจากกล้องวงจรปิดทราบว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นของนายแอป จึงได้เรียกตัวนายแอปมาสอบสวนโดยได้ให้การว่าในคืนที่เกิดเหตุ นายโอ ได้มาขอยืมรถแต่ขณะนั้นตนอยู่ในอาการเมาจึงให้นายโอขับรถไปเอง ตำรวจจึงได้ไปติดตามจับกุมตัวนายโอที่บ้านพักแต่ไม่พบ


เบื้องต้นครอบครัวเชื่อว่าสาเหตุที่นายชัยประสิทธิ์ หายตัวไปอาจถูกลวงไปฆาตกรรมอย่างแน่นอน
วานนี้ 10 มี.ค. 2562 น.ส. แปทิพย์ หรือปลา อายุ 21 ปี ได้ติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
น.ส.แปทิพย์ได้ให้การว่า คดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดประมาณ 8 คน ก่อนหน้านี้ตนเองทำงานที่บริษัทเดียวกับนายชัยประสิทธิ์ ซึ่งตนคบหากับผู้ตายได้ไม่นาน พอรู้ว่าผู้ตายมีครอบครัวแล้วจึงแยกทางกัน หลังจากนั้นตนจึงลาออกจากงานกระทั่งมารู้จักและคบหากับ นายสมศักดิ์ หรือโอ อายุ 29 ปี ได้ประมาณเดือนเศษ โดยก่อนเกิดเหตุวันที่ 2 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมา ผู้ตายได้ทักแชทเฟซบุ๊กมาหาตน ขณะนั้นโทรศัพท์ของตนอยู่ที่นายโอแฟนใหม่ จึงทำให้นายโอเห็นข้อความที่นายชัยประสิทธิ์ทักมา นายโอจึงตอบข้อความทำทีว่าเป็นตนที่เป็นคนพูดคุย และได้นัดผู้ตายให้ออกมาหาที่บ้านของนายโอ ในชุมชนวัดมงคลนิมิตร ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ กระทั่งนายชัยประสิทธิ์เลิกงานเวลา 18.00 น.ของวันที่ 2 ก.พ.2562 นายชัยประสิทธิ์ ได้ขี่ จยย. มาหาตนที่บ้านของนายโอตามที่นัดไว้
ซึ่งขณะนั้นตนเองอยู่ในบ้านกับนายโอ เมื่อนายชัยประสิทธิ์เดินทางมาถึงตนจึงเรียกเข้ามาในบ้าน โดยที่นายชัยประสิทธิ์ไม่ทราบว่านายโอยืนรออยู่ พอนายชัยประสิทธิ์ เข้ามาในบ้าน นายโอได้เข้าไปพูดคุยสอบถามว่ามาทำอะไรและนายโอ อาศัยจังหวะที่นายชัยประสิทธิ์เผลอ เตะเข้าที่ข้อพับขาของนายชัยประสิทธิ์จนล้ม ก่อนจะเตะซ้ำเข้าที่ใบหน้าและลำตัวอีกหลายครั้งจนกระอักเลือดและต้องร้องขอชีวิต

น.ส.แปทิพย์ เผยต่ออีกว่า ตนยอมรับว่าได้แต่ยืนมองนายโอทำร้ายนายชัยประสิทธิ์ โดยไม่กล้าเข้าไปช่วยหรือห้ามปรามเนื่องจากกลัวว่าจะถูกนายโอจะทำร้ายตนด้วย หลังจากที่นายโอเตะจนหนำใจกว่า 10 นาที จึงโทรตาม นายถนอมศักดิ์ หรือต้อม อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นลูกน้องของนายโอให้มาช่วย เอาเชือกมัดมือนายชัยประสิทธิ์ไขว้หลังและขังไว้ในห้องโดยให้นายต้อมยืนเฝ้านายชัยประสิทธิ์ เพื่อป้องกันการหลบหนีก่อนที่นายโอจะออกไปข้างนอก
กระทั่ง เวลา 21.00 น.ของคืนเดียวกัน นายโอได้ย้อนกลับมาและใช้เท้าเตะนายชัยประสิทธิ์ซ้ำอีกจนนายชัยประสิทธิ์ กระอักเลือดและหมดสตินอนหายใจรวยรินนายโอจึงโทรตามนาย วิศรุต หรืออู อายุ 28 ปี และนายกิตติพงศ์ หรือเป้ อายุ 24 ปี ให้มาช่วยใช้ผ้าห่มห่อร่างนายชัยประสิทธิ์ ในขณะที่นายชัยประสิทธิ์ยังมีชีวิตอยู่ก่อนที่นายโอจะโทรไปติดต่อขอเช่ารถจากนายแอปแต่นายแอปเมาจึงให้นายโอขับรถของตนมาบรรทุกรถ จยย.และร่างของนายชัยประสิทธิ์ ก่อนที่จะนำรถจักรยานยนต์และร่างของนายชัยประสิทธิ์ไปทิ้งในซอยวัดบัวโรย โดยแยกร่างของนายชัยประสิทธิ์ ไปทิ้งอีกที่หนึ่งห่างจากจุดที่ทิ้งรถจยย.ประมาณ 200 เมตร ก่อนขับรถกระบะไปคืนนายแอปที่บ้านและพากันกลับมาที่บ้านพัก
ต่อมาตนเห็นข่าวจากเฟซบุ๊กว่าตำรวจไปพบรถจยย.ที่พวกตนนำไปทิ้งนายโอจึงได้โทรศัพท์ไปหาให้นายทินกร หรือเก่ง อายุ 41 ปี และนายจักรกฤษณ์ หรือบาส อายุ 19 ปี นำร่างของนายชัยประสิทธิ์ ไปฝั่งดินที่ป่าหลัง รร.วัดต้นหมัน หมู่ 3 ต.คลองบ้านโพธิ์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะแยกย้ายกัน
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บางเสาธง ได้ติดตามไปจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้อีกจำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายกิตติพงษ์ หรือเป้ ทำหน้าที่ห่อร่างคนยกขึ้นรถกระบะ นายจักรกฤษณ์ หรือบาส ทำหน้าที่หาที่ฝังศพและขุดหลุมและย้ายศพไปฝัง นายทินกร หรือเก่ง ทำหน้าที่หาที่ฝังศพและขุดหลุมและย้ายศพไปฝัง นายวิศรุต หรืออู ทำหน้าที่ห่อร่างนายตั้มและยกขึ้นรถกระบะ ส่วนนายสมศักดิ์ หรือโอ มือฆ่า นางสาวปิยะพร หรือมด น้องสาวของนายโอที่ทำหน้าที่พานายโอหลบหนี และนายถนอมศักดิ์ หรือต้อม ทำหน้าที่มัดมือผู้ตาย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว







จากการตรวจสอบประวัติของนายโอ พบว่าเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นและค้ายาเสพติดมานานเกือบสิบปี ที่ผ่านมาเคยเข้าออกคุกมาแล้วหลายครั้งในข้อหายาเสพติดและมักจะพกอาวุธปืนติดตัวตลอดเวลา โดยจะมีนิสัยอันธพาลและโมโหร้าย ในบรรดาลูกน้องที่เดินยาหรือรู้จักคุ้นเคยกับนายโอจะเกรงกลัวนายโอเป็นอย่างมาก การก่อเหตุในครั้งนี้จึงมีผู้ร่วมขบวนการซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกสมุนของนายโอทั้งหมด
