กลับมาระบาดอีกแล้ว! “ปลาหมอคางดำ” เอเลี่ยนสปีชีส์ 3 น้ำ กัดกินระบบนิเวศ 

กำจัดยังไงก็ไม่หมด? “ปลาหมอคางดำ” กลับมาระบาดอีกครั้ง แถมทนทาน แพร่พันธุ์ได้ทั้งในน้ำจืด-น้ำกร่อย-ทะเล

เหมือนจะจางหาย แต่ก็กลับมาดังอีก 

ที่เกริ่นมาไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่คือ “ปลาหมอคางดำ” ตัวดี ที่เคยเป็นข่าวใหญ่จนรัฐบาลประกาศให้การแก้ไขปัญหาและกำจัด “ปลาหมอคางดำ” เป็นวาระแห่งชาติในปี 2567  

เพราะตอนนั้นกรุงเทพมหานคร เริ่มพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างชัดเจนและเป็นข่าวดังในวงกว้าง โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งน้ำสาธารณะใจกลางเมือง เช่น บึงมักกะสัน และในพื้นที่เขตชานเมืองฝั่งธนบุรี อย่าง เขตบางขุนเทียน 

ซึ่งก็ได้มีการเร่งกำจัดอย่างจริงจัง ทั้งจับออกจากแหล่งน้ำ และปล่อยปลานักล่า เช่น ปลากะพงขาว ปลาอีกง และปลากดเหลือง ลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ 19 จังหวัดที่มีการแพร่ระบาด เพื่อให้กินลูกปลาหมอคางดำ 



ต่อมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในปี 2568 พบว่ายังคงมีความรุนแรงและขยายวงกว้าง โดยเฉพาะหลังน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ปลาหลุดรอดและแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว แม้ภาครัฐจะสามารถกำจัดปลาออกจากระบบนิเวศได้หลายล้านกิโลกรัม แต่เกษตรกรในหลายพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดนี้ 



ในปี 2569 เหมือนข่าวคราวจะซาลง แต่ไม่ค่ะ มันกลับมาอีกแล้ว  

วันที่ 14 พ.ค.69 พบ “ปลาหมอคางดำ” บุกทะเลพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยนักตกปลา เจ้าของเฟซบุ๊ก “ตาร์ท ชาแนล” ได้โพสต์ภาพแห และถัง ที่เต็มไปด้วยปลาหมอคางดำ จนเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง 



ต่อมา วันที่ 17 พ.ค.69 ผู้ใช้ติ๊กต็อก “ไต๋นัย สดจี๋ ซีฟู๊ด” ได้โพสต์คลิปขณะหว่านแหจับปลาที่หาดชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วพบว่า ปลาที่ติดแหส่วนใหญ่เป็น “ปลาหมอคางดำ” น้ำหนักรวมกว่า 10 กิโลกรัม 

@naizacub

แทบจะยึดคลอง ชายฝั่งทะเล ไปแล้ว ปลาหมอคางดำ แต่แปลกจัง ทำไม หน่วยงานรัฐ ถึงตรวจสอบไม่เคยเจอ 🤣 พิกัด บางควาย ชะอำ

♬ เสียงต้นฉบับ – ไต๋นัย สดจี๋ ซีฟู๊ด

ไม่หมดแค่นั้นค่ะ เพราะล่าสุดที่ จังหวัดตราด ก็เจอปลาหมอคางดำอีกแล้ว 

โดยชาวบ้านพบปลาหมอคางดำจำนวนมากอาศัยอยู่ภายในคลอง หน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงผู้นำท้องถิ่น สามารถจับปลาหมอคางดำได้มากถึง 84 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นจำนวนมากที่สุดที่พบในจังหวัดตราด  

การมาเยือนทะเลของปลาหมอคางดำ สร้างความตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก นักวิชาการระบุว่านี่คือ “การระบาดขั้นที่ 3” ซึ่งประชากรปลาในคลองหนาแน่นจนต้องอพยพเลาะชายฝั่งเพื่อหาแหล่งอาศัยใหม่  

และที่สำคัญ คือ ปลาชนิดนี้เป็น “ปลา 3 น้ำ” ทนทานและแพร่พันธุ์ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็มจัด 

แต่ไม่ว่าจะไปอยู่น้ำไหน สุดท้ายอาจต้องเจอกับ น้ำมันเดือดๆ ของคนไทยแทน 

เพราะกรมประมง ยืนยันว่า “ปลาหมอคางดำ” กินได้และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

แถมเนื้อปลามีโปรตีนสูงและรสชาติคล้ายปลานิล

นอกจากนี้ กรมอนามัย ยังสนับสนุนข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการว่าเนื้อปลามีประโยชน์ ย่อยง่าย และมีไขมันต่ำ

ใครเคยกินมารีวิวกันด้วยนะคะ