ตร. เตือน ใช้ “คนละครึ่งพลัส” แลกเงินสด เข้าข่ายฉ้อโกง โทษคุก 3 ปี ปรับ 6 หมื่น
บวรวัฒน์ อีจัน
29 ตุลาคม 2568

เนื่องด้วยวันนี้ (29 ต.ค. 68) ถือเป็นฤกษ์งามยามดี ที่รัฐบาลได้เปิดใช้งานโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อย่างเป็นทางการ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ฟื้น ผ่านการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน โดยเปิดให้ใช้สิทธิได้กว่า 20 ล้านสิทธิทั่วประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาล ได้กำหนดมาตรการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวดอีกด้วย

วันนี้ (29 ต.ค. 68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชน ที่อาจกระทำความผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากการนำสิทธิในโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องด้วยห้วงวันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 รัฐบาลได้จัดให้มีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพ

ซึ่งโครงการคนละครึ่งในอดีตที่ผ่านมา (ระหว่างปี พ.ศ. 2563-2564) ได้พบพฤติการณ์ของประชาชนและร้านค้าบางส่วน ที่นำสิทธิไปแลกเงินสด หรือสมรู้ร่วมคิดในการใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าจริง ซึ่งถือเป็น “การแสดงข้อความอันเป็นเท็จ” และเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกง” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงอาจถูกระงับสิทธิไม่ให้เข้าร่วมโครงการอื่นของรัฐ และยังต้องชดใช้คืนเงินให้รัฐอีกด้วย
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอเตือนพี่น้องประชาชนที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัส ห้ามนำสิทธิดังกล่าวไปขายต่อให้กับบุคคลอื่น หรือใช้สิทธิโดยไม่มีการซื้อ-ขายสินค้าจริง เนื่องจากเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย และหากพบเห็นพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งเบาะแสการทุจริตได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง