สวนทางนานาชาติ! ทอท.ขอเปิด “ห้องสูบบุหรี่” ในสนามบินสุวรรณภูมิ  

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

6 กุมภาพันธ์ 2568

สวนทางนานาชาติ! ทอท.ขอเปิด “ห้องสูบบุหรี่” ในสนามบินสุวรรณภูมิ  

(5 ก.พ.68) รศ.ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุม คผยช.วันที่ 7 ก.พ. นี้ จะมีวาระพิจารณา กรณี บ.ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เสนอขอให้พิจารณาอนุญาตให้มีการเปิดห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกฏหมายกำหนดไม่ให้มีห้องสูบบุหรี่ในสนามบินทุกแห่งในประเทศไทย ทั้งสนามบินภายในประเทศและสนามบินนานาชาติตั้งแต่ 7 ปีที่แล้ว หากจะมีการแก้กฏหมายให้มีห้องสูบบุหรี่ในสนามบินอีก จะไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติ ที่พยายามสร้างมาตรฐานเป็นสนามบินคุณภาพ ปลอดภัยสำหรับทุกคน 

มีการวิจัยในสนามบินนานาชาติ 4 แห่งของไทย คือสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต เมื่อปี 2556 ได้วัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ได้เฉลี่ย 532.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินระดับสีม่วง และวัดได้ 50.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ระยะ 1 เมตรจากห้องสูบบุหรี่ ขณะที่ประเทศจีนซึ่งมีคนสูบบุหรี่จำนวนมาก แต่สนามบินใหญ่ 4 แห่ง คือ ปักกิ่ง เซินเจิ้น และเซี่ยงไฮ้ 2 แห่ง ไม่มีห้องสูบบุหรี่ในสนามบิน และข้อมูลจากมูลนิธิสิทธิของผู้ไม่สูบบุหรี่ สหรัฐอเมริกา พบว่า ในปี 2560 มีสนามบินที่มีผู้โดยสารหนาแน่นที่สุด 23 แห่ง จาก 50 แห่งทั่วโลก เป็นสนามบินปลอดบุหรี่ 100% และมีแนวโน้มว่า สนามบินต่าง ๆ ประกาศไม่ให้มีห้องสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นทั่วโลก แต่ไทยกลับกำลังจะทำสวนทาง” รศ.ดร.เนาวรัตน์ กล่าว  

รศ.ดร.เนาวรัตน์ กล่าวอีกว่า การมีมาตรการห้ามสูบบุหรี่บนเครื่องบิน และในอาคารผู้โดยสาร เริ่มจากพบรายงานว่าแอร์โฮสเตสที่ไม่สูบบุหรี่ ป่วยเป็นมะเร็งปอดจากการได้รับควันบุหรี่มือสองในที่ทำงานบนเครื่องบินของสหรัฐอเมริกา ทางการสหรัฐฯ จึงออกกฎห้ามสูบบุหรี่ในเที่ยวบินที่บินต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ในปี 2533 จากนั้นมีการจัดประชุม “Campaign for Smoke-free Sky” ที่ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อปี 2535 โดยมีผู้แทนจากองค์กรการบินระหว่างประเทศ และผู้แทนด้านการบินพลเรือนจากประเทศต่าง ๆ รวมถึงประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมด้วย และจากการหารือที่ประชุม ตกลงให้เวลา 4  ปี คือภายในปี 2539 กำหนดห้ามสูบบุหรี่ในทุกเส้นทางบินทั่วโลก ไม่ว่าสั้นหรือยาว โดยสายการบินแอร์แคนาดาได้ออกกฎห้ามสูบบุหรี่ในเที่ยวบินที่บินไกลกว่า 2 ชั่วโมงเป็นประเทศแรก จากนั้นสายการบินต่างๆ ได้ทยอยออกประกาศห้ามสูบบุหรี่บนเที่ยวบินจนครบ 100% 

“สำหรับสายการบินไทย ได้ประกาศห้ามสูบบุหรี่ในเที่ยวบินภายในประเทศและในเอเชีย จนได้รับเหรียญรางวัลวันไม่สูบบุหรี่โลก จากองค์การอนามัยโลก เมื่อปี 2535 ซึ่งขณะนั้นยังมีห้องสูบบุหรี่ภายในอาคารสนามบิน ได้ส่งกลิ่นเหม็นควันบุหรี่ออกมาบริเวณใกล้เคียง และในปี 2553 ไทยได้ลงสัตยาบันในอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลกครบ 5 ปี และปรับกฎหมายห้ามมีเขตสูบบุหรี่ หรือห้องสูบบุหรี่ในสถานที่สาธารณะทั่วประเทศ ยกเว้นสนามบินนานาชาติ ก่อนที่ปี 2561 จะมีกฎหมายยกเลิกห้องสูบบุหรี่ภายในสนามบิน ทั้งภายในประเทศและนานาชาติ จึงขอให้คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ได้พิจารณาด้วยการให้ความสำคัญกับสุขภาพของทุกคนที่ใช้สนามบิน ซึ่งชื่อสนามบินของประเทศไทย ได้ปรากฏอยู่ในเอกสารนานาชาติแล้ว ว่าเป็นสนามบินที่ปลอดบุหรี่ 100%” รศ.ดร.เนาวรัตน์ กล่าว