ที่พึ่งใหม่ของคนไร้บ้าน สสส. ร่วมหนุน กทม. เปิด “บ้านอิ่มใจ” ศูนย์พักคนไร้บ้าน ส่งเสริมอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต
แมงปอ อีจัน
15 กุมภาพันธ์ 2569

สสส. หนุน กทม. พัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน เปิด “บ้านอิ่มใจ” รับวาเลนไทน์ ให้เป็นบ้านแห่งโอกาสและความหวัง พร้อมรองรับคนไร้บ้านกว่า 200 ชีวิต ให้มีที่อยู่ มีงานทำ มีรายได้


เมื่อวานนี้ (14 ก.พ. 69) กทม.เปิดบ้านพักคนไร้บ้าน ”บ้านอิ่มใจ“ ซึ่งเป็นการรีโนเวทอาคารเก่า ที่สำนักงานการประปาแม้นศรี (เดิม) ให้เป็นอาคารที่พักสำหรับคนไร้บ้าน โดยบ้านอิ่มใจนี้ที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร ได้เปิดบ้านอิ่มใจเพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราว และแจกจ่ายอาหารให้แก่คนไร้บ้าน อย่างไรก็ตาม แม้บ้านอิ่มใจจะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระยะสั้น แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างครบวงจร จึงต้องปิดตัวลงไปในครั้งแรก
ครั้งนี้กรุงเทพมหานคร เปิดบ้านอิ่มใจขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมมุ่งหน้าแก้ปัญหาคนไร้บ้านในด้านต่างๆ เช่น สอนอาชีพให้มีงานทำ สร้างรายได้ ออมเงิน และดูแลปัญหาสุขภาพ โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายต่างๆ





สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิอิสระชน, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย, และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดงานเปิด “บ้านอิ่มใจ” ศูนย์พักคนไร้บ้านกรุงเทพมหานคร เพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมศักยภาพคนไร้บ้านอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากผลการแจงนับคนไร้บ้านในคืนเดียว One-night count ที่ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินการปี 2566 พบคนไร้บ้านมีจำนวนมากถึง 2,499 คน ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ 1,274 คน หรือคิดเป็น 50% โดยสาเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจ ตกงาน ไม่มีงานทำ ถูกเลิกจ้าง 44.72% รองลงมาคือปัญหาความรุนแรงและความตึงเครียดในครอบครัว 35.18% และข้อมูลจากจุด Drop-in คนไร้บ้านของ กทม.ยังพบสัดส่วนคนไร้บ้านสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคนไร้บ้านหน้าใหม่ ที่เข้าสู่ภาวะไร้บ้านไม่เกิน 2 ปี สูงถึง 30% การฟื้นฟูคนไร้บ้านจึงจำเป็นต้องทำงานควบคู่กับคนไร้บ้านหน้าใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าสู่การไร้บ้านแบบถาวร เพราะส่งผลให้ยากต่อการฟื้นฟูจากความเสี่ยงทางสังคมและสุขภาพจากการใช้ชีวิตในพื้นที่สาธารณะ

“สสส. ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาควิชาการและภาคประชาสังคมผลักดัน “บ้านอิ่มใจ” มาตั้งแต่ปี 2565 โดยมีระบบการติดตามและบริหารจัดการรายบุคคล มีฐานข้อมูลทางสังคมและสุขภาพของคนไร้บ้าน มีการตรวจสุขภาพ การคัดกรองดูแลรักษาเบื้องต้นโดยทีมแพทย์อาสา รวมถึงส่งเสริมอาชีพและรายได้ผ่านการฝึกอาชีพที่ทำได้จริง เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงชีพรายวันและเกิดความภาคภูมิใจ สร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยทัศนคติเชิงบวกและเป็นพื้นที่แห่งโอกาสสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง”
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “บ้านอิ่มใจ” ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่ กทม. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้เป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยในการสนับสนุนคนไร้บ้านให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ โดยบ้านอิ่มใจนี้เปิดรับคนไร้บ้านซึ่งต้องเป็นผู้ที่สมัครใจเข้าสู่กระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเวลา 1-2 เดือน โดยมีเงื่อนไขการฝึกอาชีพอย่างน้อย 1 หลักสูตร ซึ่งโครงการนี้เปิดรับทั้งคนไทยและคนไทยที่ตกหล่นการสำรวจสิทธิที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และสามารถดูแลกิจวัตรประจำวันได้เอง แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยจิตเวชรุนแรงจะมีการประสานส่งต่อหน่วยงานเฉพาะทาง


นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า พม. เดินหน้าแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านอย่างจริงจัง โดยมุ่งวางมาตรการระยะยาวที่ตอบโจทย์ปัญหาอย่างตรงจุด ทั้งการออกหลักเกณฑ์สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย การฝึกอาชีพและเสริมทักษะการประกอบอาชีพ การช่วยเหลือเงินระหว่างเริ่มต้นทำงาน ตลอดจนการสนับสนุนเงินอุปการะเลี้ยงดู เพื่อให้กลุ่มคนไร้บ้านสามารถตั้งหลักชีวิตและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง ซึ่งการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ครอบคลุมทั้งด้านสาธารณสุข การมีงานทำ และการสร้างรายได้ โดยใช้กระบวนการเชิงวิชาชีพที่ครอบคลุมทุกมิติ ควบคู่การบูรณาการทำงานกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ผ่านกลไกคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งในระดับนโยบาย และขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยยึดหลักการรับฟังเสียงและความต้องการของคนไร้บ้าน เพื่อนำมาพัฒนาและออกแบบสวัสดิการที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ต่อไป






สำหรับบ้านอิ่มใจ สามารถรองรับคนไร้บ้านได้มากถึง 200 คน โดยผู้ที่เข้าอยู่สามารถลงทะเบียนเข้าอยู่ได้เลยใน 7 วันแรก และหากมีการตรวจสอบข้อมูลแล้ว จะสามารถอยู่อาศัยได้ 2 เดือน ซึ่งใน 2 เดือนนี้ ทุกคนต้องยอมรับการเข้าหลักสูตรฝึกอาชีพ ซึ่งมีครูมาสอนตามหลักสูตรต่างๆ เช่น ช่างตัดผม, เย็บผ้า, ทำการเกษตร ดูดวงโหราศาสตร์ เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการมีงานทำ และคืนคนไร้บ้านกลับสู่สังคม มีที่อยู่ชัดเจนต่อไป










บ้านอิ่มใจแห่งนี้ จะเป็นพื้นที่ให้คนไร้บ้าน ได้พักพิง และอาจเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล…