นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความพร้อมด้วยนางพยุง สร้อยทอง แม่นายฝน นายสมจิต ฉิมมา พ่อนายฝน และนายฝน เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานโดยมิชอบของคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนจำนวน 12 ราย รวมถึงทีมแพทย์ผู้วินิจฉัยกรณีที่นายฝน ได้ถูกดำเนินคดีในข้อหาพรากผู้เยาว์ เด็กชายซูลุยผิว ชาวเมียนมาร์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2561 มามอบให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบเอาผิดกับ 12 นายตำรวจ

ภาพจากอีจัน
ทนายอนันต์ชัย เปิดเผยว่าที่ผ่านมาจากข้อมูลพบการทำงานของตำรวจมีขั้นตอนในการสอบสวนรวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายฝนที่ส่อในเชิงพิรุธ เข้าข่ายการยัดข้อหา หลังตำรวจนำนายฝนไปชี้จุดเกิดเหตุ โดยตั้งคำถามแบบชี้นำ ทั้งที่นายฝนถือเป็นบุคคลวิกลจริต และตอบคำถามแบบวกวน อีกทั้ง การแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายฝน ทั้งๆที่ขณะนั้นอยู่ในระหว่างการวินิจฉัยของแพทย์ว่านายฝนสามารถต่อสู้คดีได้หรือไม่ แต่ตำรวจได้เซ็นในข้อบันทึกจับกุม “ไม่ขอดำเนินการ ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติ ทราบถึงการจับกุมเองโดยพลการ” ซึ่งญาติและตัวของนายฝนไม่รู้ อีกทั้งตำรวจได้พิมพ์ข้อความที่บันทึกว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับได้อ่านบันทึกจับกุม ให้ผู้ถูกจับฟัง และผู้ถูกจับได้อ่านด้วยตนเอง” ก่อนจะนำนายฝน มาพิมพ์ลายนิ้วมือรับทราบเป็นหลักฐาน ทั้งที่ ความจริง นายฝน อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ 
ภาพจากอีจัน
ทนายอนันต์ชัย ยังบอกด้วยว่า ผลการวินิจฉัยและการประเมินความสามารถในการต่อสู้คดีของสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ระหว่างที่นายฝนถูกควบคุมตัว พบว่า นายฝนเป็นผู้ปัญญาอ่อนระดับกลาง มีระดับสติปัญญาเทียบเท่ากับเด็ก 7 ขวบ โดยจากการสอบถามเกี่ยวกับคดี นายฝนยังให้การวกไปวนมา เมื่อประมวลแล้วไม่มีความเข้าใจในคดีที่ถูกกล่าวหา เป็นผลให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.สระยายโสม จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในการยกคำร้องขอฝากขังและปล่อยตัวผู้ต้องหา เนื่องจากการกระทำของผู้ต้องหาไม่มีความผิดเพราะขาดเจตนาแต่พาไปจริง และหลักฐานสำคัญอีกหนึ่งอย่างคือวันที่พบศพน้องซูลุยผิว ตำรวจนำนายฝนไปชี้ นายฝนพาไปชี้ผิดจุดห่างไปกว่า 40 เมตร แต่ตำรวจกลับไปนำตัวกลับมาตรงจุดที่มีศพและพูดนำให้นายฝนยอมรับ ทำให้ถูกจับกุมตัวในที่สุด ทนายอนันต์ชัยกล่าวต่อว่า การกระทำของตำรวจนี้ ทำให้ผู้ต้องหาตัวจริงลอยนวล ขณะที่การสอบถามนายฝน พบว่าไม่สามารถตอบคำถามได้ พูดจาไม่รู้เรื่อง แต่ยอมรับว่าขณะที่ถูกจับตัวไปนั้นได้ถูกตำรวจทำร้ายร่างกายด้วยการตบหน้า และเอาบุหรี่จี้ รวมถึงใช้เชือกมัดมือด้วย 
ภาพจากอีจัน
จากนี้ทนายอนันต์ชัย จะนำนายฝน ไปร้องเรียนยังสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม รวมถึงจะเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้แก่นายฝน เป็นมูลค่า 10 ล้านบาท ต่อไป