แม่ขังลูกชายไว้ในบ้านขยะ นานกว่า 39 ปี เหตุเพราะเลี้ยงลูกป่วยลมชัก พัฒนาการสมองช้าเพียงลำพัง ส่วนตัวเองก็เก็บของเก่าขาย ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก

ขังลูกชายในบ้านขยะนาน 39 ปี!!! ความจริงที่น่าสลดใจ!!!

ภาพจากอีจัน


“ จริงเหรอคะพี่ปวีณา จะมีคนถูกขังนานนับ 30 ปี กลางเมืองกทม. มันจะเป็นไปได้หรือคะ? ”

หนึ่งในบทสนทนาระหว่างทานข้าวเมื่อห้าวันก่อนที่มูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี พอดีวันนี้อีจันได้ไปตามข่าวร้องเรียนเคสหนึ่ง ช่วงพัก พี่ปวีณาก็เล่าเรื่องนี้ขึ้นมาว่า กำลังจะหาทางไปช่วยคนถูกขัง

“ก็อาจเป็นจริงนะ พี่เคยช่วยเคสคล้ายๆกัน เคสนั้น เป็นเด็กผู้หญิงถูกขังตั้งแต่อายุ 3 ขวบ พ่อเขาเป็นคนจีน ไม่ชอบเด็กผู้หญิง พอลูกคนนี้เกิดมา บ้านก็ไฟไหม้ เขาเลยล่ามโซ่ ลูกสาวไว้ในบ้านกลางป่ายาง ให้คนเอาข้าวเอาน้ำมาให้ มีพยาบาลไปรักษาคนไข้แถวนั้น เห็นเข้าเลยแจ้งมาที่มูลนิธิฯ พี่ก็เอารถพยาบาลกับตำรวจไปช่วยออกมาได้ เขาพูดไม่ได้เลยนะ ตัวขาวไม่โดนแดด ไม่สวมเสื้อผ้า กินมือ ขับถ่ายแบบไม่เคยใช้ห้องน้ำเลย ก็ส่งเขาไปรักษาที่รพ. ใครจะเชื่อว่า ถูกขังในบ้านร้างนาน 30 ปี นะ แต่นั่นกลางป่ายาง ”

ภาพจากอีจัน
ส่วนเคสนี้ เป็นพลเมืองดี พี่สาวเขาย้ายมาทำงานแถวโชคชัย 4 เมื่อ 30 ปีก่อน ก็มีข่าวว่า มีเด็กถูกขังในบ้าน เป็นอาคารพานิชย์ ริมถนน นั่นเป็นเรื่องที่เขาได้ยินเมื่อ 30 ปี แต่เมื่อไม่กี่วัน เขาไปซื้อของใกล้ๆบ้านหลังนั้น ก็เห็นมือคน ยื่่นออกมาจากประตูเหล็ก คล้ายจะคุ้ยขยะ เลยนึกได้ว่า เคยมีข่าวนี้ ก็กลับไปถามคนในที่ทำงาน ก็มีบอกว่า เคยไป ยืนหลบฝนที่หน้าบ้านหลังนั้น ก็มีมือยื่นมาจับขา เลยคิดว่า ในบ้านหลังนั้นน่า จะมีคนถูก ขังอยู่จริงตามที่เคยได้ยินมา จึงร้องเรียนมาที่มูลนิธิปวีณาฯ
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
วันที่ 2 ก.พ. 62 ทางมูลนิธิปวีณาฯ ประสานกับตำรวจ สน.โชคชัย เพื่อขอหมายค้นบ้านหลังดังกล่าว ระหว่างนั้นให้ตำรวจนอกเครื่องแบบไปดูลาดเลา พบว่า หน้าบ้านมีถุงอาหารแขวนอยู่ ในวันนั้น รอจนได้หมายค้นประมาณหนึ่งทุ่ม จึงนัดเข้าตรวจสอบเป้าหมายในวันรุ่งขึ้น
ภาพจากอีจัน
เช้าวันที่ 3 ก.พ. 62 ตำรวจสายสืบที่เฝ้าอยู่ห่างๆ สามารถบันทึกภาพ ผู้หญิงชราที่มาแขวนถุงอาหารได้ ภาพนี้ถ่ายได้ตอนเช้า
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
เมื่อรถพยาบบาลพร้อม ทีมตำรวจพร้อม ก็เคลื่อนพล แผน คือ ถ้า บ้านไม่มีคนก็มีอุปกรณ์พร้อมงัด แต่ถ้ามีคนก็เจรจาเพื่อขอตรวจสอบคนในบ้าน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน


เมื่อไปถึงหน้าบ้าน ตำรวจแจ้งว่า หญิงชราในรูปอยู่ในบ้านแล้ว ตำรวจจึงเข้าไปเรียก

ขณะที่ยืนอยู่หน้าบ้าน มีกลิ่นเหม็นของเศษอาหารที่ให้แมว และขยะลอยฉุนเข้าจมูก ตอนนี้หญิงชรา ได้ฟังคำอธิบายจาก พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย แจ้งว่ามีหมายค้น ขอตรวจสอบตามข้อมูลร้องเรียนว่ามีการกักขังคนในบ้านหรือไม่ ซึ่งหญิงชราก็ยินยอมให้เข้าไปดูได้ แต่ขอเวลาสวมเสื้อผ้าให้…ก่อน

แสดงว่า มีคนอยู่ในบ้านจริงๆ และไม่สวมเสื้อผ้า

ขณะที่กำลังเจรจาก็เห็นด้านหลังของประตูเหล็ก เป็นขาของผู้ชาย ลักษณะผิวขาวซีดแบบไม่เคยถูกแสงแดด แสดงว่า ต้องมีคนนอนอยู่ตรงประตูนี้แน่ๆ ไม่อยากเชื่อ คำร้องเรียนเป็นจริง!!!

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ถามตำรวจว่า เขานอนอย่างไร ? ตำรวจบอกว่า นอนอยู่กับพื้นรายล้อมไปด้วยกองขยะและกลิ่นเหม็น ไม่สวมเสื้อผ้า พอเห็นคน เข้ามาหลายคน เขาก็ร้องฮือๆ พูดไม่ได้ ลุกไม่ได้ ดูท่าทางคงเดินไม่ได้ ตำรวจจึงให้พยาบาล จาก รพ.ยันฮี ซึ่งนำรถพยาบาลมารอรับเข้าไปดูอาการและวางแผนการนำตัวออกมา
ภาพจากอีจัน
ระหว่างนั้นก็จับเขาสวมเสื้อผ้า และนำเปลสนามเข้าไปรับตัว ซึ่งตอนนี้ต้องเรียกเขาว่า ผู้ป่วย ก่อนนำขึ้นรถพยาบาล ไปตรวจร่างกายเบื้องต้นที่ รพ.ยันฮี
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

หญิงชราในบ้านนั้น ตอนแรกบอกว่า ตนเป็นแค่คนส่งอาหารไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับคนนี้ แต่ก็ขอตามไปกับรถพยาบาลด้วย

หลังส่งคนไข้ให้แพทย์ตรวจเบื้องต้น เราก็ได้คุยกับผู้หญิงคนดังกล่าว คราวนี้เธอยอมรับว่า เป็นแม่ลูกกัน ลูกชายของเธอ อายุ 49 ปี แล้ว ป่วยเป็นโรคลมชักตั้งแต่เด็ก ทำให้พัฒนาการทางสมองช้า และเรียนรู้ไม่ได้ เธอจึงต้องเลี้ยงไว้ในบ้าน

ถามว่าลูกชาย ชื่อ อะไร?
ชื่อ โต้ง

ไม่เคยพาออกไปข้างนอกเลยเหรอคะ?
จะพาออกไปได้อย่างไร เขาก็วิ่งไม่รู้จักรถจักรา รถก็ชนตายสิคะ

แม่พยายามอธิบายว่า ต้องอยู่ในสภาพนี้ เพราะอยู่กันลำพัง ตึกอาคารพานิชย์ริมถนนนี้ เป็นของพ่อของโต้ง ซึ่งตายจากไปนานแล้ว เหลือเธอกับลูกที่ป่วยต้องผจญโลกเพียงลำพัง

เดิมเธอขายของชำ แต่ต่อมาลำบากมากขึ้นจึงผันไปเก็บของเก่าขาย ทำให้ในบ้านมีแต่ขยะ และโต้งก็ต้องนอนอยู่อย่างนั้น ต่อมาขาเขาเริ่มเกร็ง เท้าเกร็ง จึงเดินไม่ได้ต้อง ขับถ่ายก็ตรงนั้น( หลังประตูเหล็ก) แม่จะเป็นคนเก็บล้างเอง เป็นเหตุให้ไม่ได้สวมเสื้อผ้า

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน

แม่เล่าด้วยสายตาลอยๆ วกไปวนมา มีเล่าถึง เหตุการณ์จะถูกคนทำร้ายช้ำๆ คุณปวีณาจึงขอให้แพทย์ตรวจสภาพจิตของ คนเป็นแม่ด้วย

เธอบอกดีใจเหมือนกันที่จะมีคนมาช่วย ที่ผ่านมาเธอรู้สึกทุกข์มาก เพราะลูกก็อายุมากขึ้นจะ 50 ปีแล้ว ส่วน เธอก็ 70 ปี ไม่รู้จะอยู่ดูแลโต้งได้อีกนานแค่ไหน

เธอนั่งมองลูกชายที่นอนอยู่บนเตียง รอพยาบาลพาตัวไปอาบน้ำด้วยสายตากังวล เธอบอกกับพยาบาลว่า ลูกชายไม่ชอบน้ำเย็น ต้องอาบน้ำร้อน เราก็ถามว่า แล้วแม่ต้องต้มน้ำอาบให้โต้งทุกวันเหรอคะ คำตอบ คือ ไม่หรอก ถ้าหน้าหนาวก็ไม่อาบเลย อาบให้ตอนหน้าร้อน เขาจะชอบน้ำมาก

ภาพจากอีจัน
ซึ่งอีจันเอง ก็ได้สอบถามไปยังญาติของแม่โต้ง ก็ได้ทราบเรื่องราวและเหตุผลของการขังลูกไว้ในบ้านแบบนั้น นานกว่า 30 ปี ที่ไม่ต่างไปจากแม่โต้งเล่าให้ฟังนัก ว่า ในอดีตเธอเคยเป็นคนมั่งมี อยู่กินกับสามี จนมีลูก(โต้ง)ด้วยกัน แต่ลูกก็ป่วยเป็นลมชักและมีพัฒนาการทางสมองเติบโตช้า หลังจากนั้นสามีของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ชีวิตพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เธอกลายเป็นหม้ายสาวที่ต้องเลี้ยงลูกป่วยอย่างยากลำบากเพียงลำพัง มีเพียงตึกหลังดังกล่าวที่เป็นสมบัติจากสามีคงเหลือไว้ และสาเหตุที่เธอต้องให้ลูกอยู่ในตึกร้าง ในสภาพนอนเปลือยแบบนั้น เพราะเคยใส่เสื้อผ้ากับแพมเพิสให้โต้งแล้ว แต่โต้งชอบกินแพมเพิส เธอจึงไม่ใส่อะไรให้โต้งอีกเลย แม้เธอจะไม่ได้อยู่ที่นั่นและให้โต้งนอนในตึกร้างนั้นเพียงลำพัง แต่เช้าทุกวัน เธอจะไปซื้อข้าวที่ตลาดแล้วนำกลับมาป้อนให้โต้ง หลังจากนั้นก็จะปิดตึก แล้วนำอาหารไปให้ หมา – แมวจรจัดในละแวกนั้น เพื่อเป็นการสร้างบุญกุศล ที่ลูกของเธอต้องเกิดมาเป็นแบบนี้ ขณะที่โต้งนอนนิ่งๆ ตามตัวมีแต่คราบสกปรกและกลิ่นขยะ ร่างกายของเขา คือ ชายอายุ 49 ปี แต่สมองยังคงเป็นเด็ก เขานอนกัดผ้าห่ม กรอกตามองผู้คนอย่างตื่นๆ สายตาไร้เดียงสา
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาได้ออกจากกองขยะ ได้เห็นท้องฟ้า ได้เห็นแสงแดด และเจอคนที่ไม่ใช่แม่ของเขา นับจากนั้น เมื่อมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยแล้ว ชีวิตโต้งคงหลุดพ้นจากที่เดิม และวันนี้(4 ก.พ. 62) นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลยันฮีอีกครั้ง เพื่อประชุมหารือร่วมกับแพทย์ รพ.ยันฮี และ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) สรุปหาแนวทางการช่วยเหลือในระยะยาวให้ทั้ง โต้งและแม่ ได้มีชีวิตอยู่ในสังคมโดยปกติสุขต่อไป และทางตำรวจก็ได้สอบปากคำแม่ของโต้งแล้ว หลังจากนั้นจะได้ส่งตัวไปประเมินสภาพจิตที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ให้แพทย์ได้ทำการตรวจสภาพจิต หากพบว่ามีสภาพจิตที่ผิดปกติ ก็จะให้อยู่ที่โรงพยาบาลสรีธัญญาเพื่อบำบัด และถ้าหากว่าตรวจสอบแล้วสภาพจิตปกติดี อาจถูกดำเนินคดีในข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว ตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กนานกว่า 30 ปี
ภาพจากอีจัน