มหากาพย์หนี้สินในวงการเซียนพระยังคงเป็นประเด็นร้อนต่อเนื่อง หลัง “โทน บางแค” ออกมาเปิดใจในรายการ โหนกระแส เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 69 พร้อมยืนยันว่าการแจ้งความต่อ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ “บิ๊กเต่า” เป็นเพียงการใช้สิทธิ์ทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเอง
ในรายการ “มาดามเก่ง” คู่กรณีของโทน ได้โฟนอินเปิดใจถึงความสัมพันธ์ที่มีต่อโทน บางแค โดยยอมรับว่า วันที่โทนมาขอยืมเงินจำนวน 100 ล้านบาทนั้น ตัวเธอเองไม่ได้มีเงินก้อนดังกล่าวอยู่ในมือ

“เก่งไม่มีเงิน 100 ล้านหรอก แต่เก่งหน้าใหญ่ เก่งดิ้นรนสุดหัวใจที่จะช่วยน้อง” มาดามเก่งกล่าว พร้อมเล่าว่าในวันนั้นโทนบอกว่าหากได้รับความช่วยเหลือ จะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนั้นไปได้
มาดามเก่งระบุว่า ด้วยความรักและเอ็นดูที่มีต่อโทนเหมือนน้องคนหนึ่ง จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือ แม้ต้องไปยืมจากผู้อื่นก็ตาม

นอกจากนี้ ยังเล่าถึงกรณีกล้องจำนวน 500 ตัว ซึ่งโทนเสนอจะให้ในราคาตัวละ 3,000 บาท เพื่อเป็นการตอบแทน แต่สุดท้ายกล้องดังกล่าวไม่ได้ตกมาถึงมือเธอเลย ทำให้เกิดความน้อยใจและความเสียใจอย่างมาก
“ทุกคนได้กล้องหมดแล้ว แต่เก่งไม่ได้” มาดามเก่งกล่าว พร้อมยืนยันว่าความรู้สึกติดค้างในใจของเธอ ไม่ได้เกิดจากเรื่องกำไรหรือขาดทุน แต่เกิดจากความรู้สึกที่ช่วยเหลือเต็มที่แล้ว แต่กลับไม่ได้รับสิ่งที่เคยตกลงกันไว้

สำหรับประเด็นหนี้สิน โทน บางแค ยอมรับกลางรายการว่า เป็นหนี้มาดามเก่งรวมกว่า 800 ล้านบาท และหลังจากทยอยชำระมาแล้ว ปัจจุบันยังคงเหลือยอดหนี้ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างการชำระ
ส่วนเหตุการณ์การพูดคุยบนชั้น 27 ซึ่งเป็นที่มาของการแจ้งความ มาดามเก่งยืนยันว่า วันดังกล่าวไม่ได้มีการใช้อำนาจข่มขู่หรือกดดันใด ๆ พร้อมกล่าวขอโทษ หากบรรยากาศในการพูดคุยทำให้โทนรู้สึกหวาดกลัวหรือไม่สบายใจ
ท้ายที่สุด มาดามเก่งยอมรับว่า สิ่งที่เสียใจมากที่สุด คือเรื่องราวทั้งหมดลุกลามจนทำให้ผู้ใหญ่หลายคนต้องเดือดร้อน และถึงขั้นถูกแจ้งความ ทั้งที่ตั้งใจเพียงอยากช่วยเหลือคนที่เธอรักและเอ็นดูเหมือนน้องคนหนึ่งเท่านั้น
