เมื่อรักหวานกลายเป็น… โศกนาฏกรรม !

หลายคดีที่เปลี่ยนจากความรัก เป็นความแค้น !

เมื่อรักหวานกลายเป็น… โศกนาฏกรรม !

เมื่อความรักเปลี่ยนสภาพจาก "คนรัก" เป็น "อดีตคนรัก" สุดท้ายก็จบลงด้วยการลงมือฆาตกรรมราวกับสะสมความโกรธแค้นมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

เชื่อไหม? เพียงครึ่งเดือน เกิดโศกนาฏกรรมรักต้องฆ่าถึง 7 คู่



– คู่ขา ฆ่ารัดคออดีตสจ๊วตสายการบินชื่อดัง

วันที่ 7 ม.ค. 62 ตำรวจ สน.ดอนเมือง และตำรวจสืบสวนนครบาล 2 ได้ร่วมกันจับกุมนายอธิพันธ์ พิมพ์เรือง อายุ 34 ปี หลังก่อเหตุฆ่ารัดคอนายปรัชญา อำนรรฆมณี อายุ 58 ปี อดีตสจ๊วตสายการบินชื่อดัง โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถเอกชน ภายในซอยพหลโยธิน 69/7

ภาพจากอีจัน



โดยเมื่อวันที่ 5 ม.ค. 62 ตำรวจ สน.ดอนเมือง พร้อมญาตินายปรัชญา ได้เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมย่านหลักสี่ แล้วพบว่านายปรัชญา นอนเสียชีวิตลักษณะนอนคว่ำหน้าข้างที่นอน ที่ลำคอมีสายไฟปลั๊กพ่วงพันอยู่รอบคอ สภาพศพเริ่มขึ้นอืด และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่า นายอธิพันธ์ เป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย

ภาพจากอีจัน



ซึ่งนายอธิพันธ์ ให้การรับสารภาพ อ้างว่า… ฆ่านายปรัชญาเพราะโมโหที่ทะเลาะกัน


– แฟนสาวร่วมกับพี่ชาย ทำร้ายแฟนตัวเองจนตายหวังชิงทรัพย์

วันที่ 7 ม.ค. 62 นายสิงห์เดช โพธิ์โชติ อายุ 41 ปี ลูกชายเจ้าของรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี พบเป็นศพถูกฆ่าตายในห้องพัก สภาพถูกทุบด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะหลายครั้งจนเสียชีวิต ซึ่งในตอนแรกคดีนี้ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายศราวุธ ซุ่มอภัย อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของ นางสาวจุฑามาศ ชุ่มอภัย แฟนสาวของผู้ตายมา เอาไว้ได้ ก่อนนำตัวนายศราวุธ และนางสาวจุฑามาศ มาสอบปากคำ ซึ่งนางสาวจุฑามาศ อ้างว่าทำหน้าที่พาพี่ชายไปที่รีสอร์ท ก่อนออกมารอด้านนอก และไม่รู้ว่าพี่ชายฆ่าแฟนตัวเอง

ภาพจากอีจัน



แต่หลังจากที่นายศราวุธออกจากห้องนั้น ได้ยื่นสร้อยคอ 1 เส้น พระเลี่ยมทอง 3 องค์ และบัตรของผู้ตายมาให้โดยไม่พูดอะไร ส่วนสาเหตุที่พาพี่ชายไปที่รีสอร์ทนั้น เพราะพี่ชายขู่ว่าถ้าไม่พามา จะลงมือทำร้ายพ่อแม่

ซึ่งนายศราวุธ รับสารภาพว่าน้องสาวเคยมาบอกว่าถูกนายสิงห์เดชทำร้ายร่างกาย ด้วยความที่รักน้องตนจึงเข้ามาทำร้ายร่างกายนายสิงห์เดช และกระหน่ำตีด้วยด้ามค้อนอย่างไม่ยั้งมือจนเสียชีวิต เพราะคิดว่าหากนายสิงห์เดชไม่ตาย จะต้องกลับมาทำร้ายน้องของตนอีกแน่ ก่อนนำทรัพย์สินของผู้ตายไปขายใช้หนี้ให้แม่ โดยทรัพย์สินที่นำมานั้นเป็นทองคำหนัก 3 บาท พระเลี่ยมทอง 3 องค์ เงินสด 25,000 บาท ปืนอีก 1 กระบอก ก่อนนำบัตรเครดิตผู้ตายไปกดเงิน มา 50,000 บาท และกดเงินจากบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายอีก 25,000 บาท รวมเป็นทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท

แต่แล้วกลับเกิดคำถามขึ้นมาว่า นายศราวุธก่อเหตุเพียงคนเดียวจริงหรือ ?

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน



ท้ายที่สุดนางสาวจุฑามาศ แฟนสาว ก็ยอมรับสารภาพว่า เธอร่วมมือกับนายศราวุธ พี่ชาย ก่อเหตุชิงทรัพย์แฟนตัวเอง โดยพี่ชายใช้ค้อนทุบหัว นายสิงห์เดช จนเสียชีวิต จากนั้นก็นำทรัพย์ของผู้ตายบางส่วนไปฝากไว้กับ นางเทียมจันทร์ ชุ่มอภัย ผู้เป็นแม่


– ผัวโหด ทุบตีเมีย… จนตาย!

กลายเป็นคลิปสุดสะเทือนใจ สามีโหด กระชากหัวภรรยา เตะหน้า ลากขึ้นรถ หลังภรรยาหนีลงมาจากรถเก๋งที่โดยสารมาพร้อมกับสามี เพราะโดนทุบตีอย่างรุนเเรง ซึ่งคลิปดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2561

ภาพจากอีจัน



โดยผู้หญิงในคลิปคือ น.ส.สาวสุกัญญา บิลหมัดอาด อายุ 30 ปี หรือ เมย์ ส่วนผู้ชาย คือ นายธนภัทร หรือ ธน

หลังจากเกิดเหตุการณ์ในคลิป ก็เกิดเหตุสลดอีกครั้งในวันที่ 10 ม.ค. 62 นายธน ได้พา เมย์ ออกไปนอกบ้าน โดยนายธน บอกกับเเม่ของตัวเองว่า จะไปออกรถบิ๊กไบค์ เเต่กลับพา เมย์ ไปสวนปาล์ม เเละทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตที่ รพ.สตูล และผู้เเจ้งข่าวให้ เเม่ได้รู้ คือ นายธน เอง!!!

ภาพจากอีจัน



ทันทีที่ได้เห็นสภาพศพเมย์ เเม่ถึงกับลมทั้งยืน เพราะใบหน้าของ เมย์ บวมช้ำ ศีรษะข้างซ้ายยุบ

แม่ของเมย์ บอกว่า นายธน เเละ เมย์ มีปากเสียงกันเป็นประจำ เพราะ เมย์ มักจะมีอาการหึงหวง นายธน บ่อยครั้ง จนเลิก เเละจดทะเบียนหย่ากันไปเเล้ว เเต่ยังอยู่ด้วยกัน

จากนั้น เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 62 ไอ้ธน ได้ติดต่อเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระหว่างการควบคุมตัว ไอ้ธน เปิดปากต่อสื่อมวลชนว่า "ไม่ได้คิดจะฆ่าเมียให้ตาย เมียใครใครก็รักแต่ว่ามีปัญหาเรื่องในครอบครัว ผมทำด้วยความโมโหโทสะ เขาเจ็บหนักนะแต่ผมก็พาไปส่งโรงพยาบาลแต่ไปไม่ทัน เขามาเสียซะก่อนกลางทาง"


– เขยคลั่ง! ยิงครอบครัวเมีย ตายตกครัว 5 ศพ

วันที่ 13 ม.ค. 62 เกิดเหตุสะเทือนขวัญ ในพื้นที่ ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ นายธีรพล ปิ่นอมร หรือ ปุ๊ อายุ 39 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืน 9 มม. ยิงยกครัว 5 ศพ โดยก่อเหตุ 2 จุด ฆ่าเมียและพ่อตาก่อนจะขับรถต่อไปอีก 5 กม. และลงมือฆ่า แม่ยายและญาติฝ่ายหญิง อีก 3 ศพ ก่อนที่จะขับรถหนีไป

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน


สาเหตุทราบเบื้องต้นจากชาวบ้านว่า นายธีรพลมีปัญหาทะเลาะกับภรรยาบ่อยครั้งจากความหึงหวง โดยวันเกิดเหตุนั้นทะเลาะกันตั้งแต่ช่วงเช้า จนกระทั่งมาก่อเหตุสลดดังกล่าว

ซึ่งล่าสุด ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายธีรพล ได้แล้วที่ จ.ระนอง ก่อนที่จะหนีออกจากประเทศไทย โดยระหว่างการบุกจับกุม นายธีรพล ได้ตะโกนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า "ผมให้จับ ผมให้จับ พี่ไม่ต้องใช้ปืนนะ" จากนั้นได้นำตัวนายธีรพล ไปสอบปากคำ ที่กองร้อยทหารราบที่ 2521 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี จนเเล้วเสร็จในเวลาประมาณ 16.00 น.

ภาพจากอีจัน



ก่อนคุมตัว นายธีรพล ขึ้นเครื่องบินตำรวจ เดินทางไปยัง จ.อุตรดิตถ์ เพื่อเตรียมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในพื้นที่ ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์


– สาวใหญ่ร่วมมือกับหนุ่มคนสนิทฆ่าสามีชาวเยอรมัน

วันที่ 14 ม.ค. 62 ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัว นางอังคนา เมาส์ฮัมเมอร์ อายุ 61 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ ข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ที่บริเวณบ้านพักในหมู่ที่ 19 ต.รางหวาย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี

ภาพจากอีจัน



หลังเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 49 นางอังคนา ซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตาย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยเล่าว่า ตนเองพร้อมด้วยนายวินเฟส สามี และนายสุรชัย แสงสว่าง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของ นางอังคนา ได้ไปร่วมรับประทานอาหารกัน หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว ตนเองกับสามีได้แยกกลับ ส่วนนายสุรชัย แสงสว่าง ได้ขับรถ จยย.แยกไปอีกทางหนึ่ง เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ นายวินเฟส ได้จอดรถลงไปปัสสาวะข้างทาง แล้วกลับขึ้นมานั่งบนรถยนต์ จากนั้น ได้มีคนร้ายใช้ รถ จยย. เป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนยิงนายวินเฟส จนถึงแก่ความตาย และไม่ทราบว่าคนร้ายเป็นผู้ใด

ภาพจากอีจัน


ต่อมา ตำรวจสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนรู้ว่า ผู้ร่วมก่อเหตุฆ่านายวินเฟส คือ นางอังคนา และนายสุรชัย จึงขอศาลออกหมายจับนางอังคนาและนายสุรชัย แต่นางอังคนาได้หลบหนีไปขายโรตีตามจังหวัดต่างๆ จนสุดท้ายจนมุม ถูกตำรวจกองปราบปรามควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใน อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ก่อนส่งตัวให้ สภ.เมืองนครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายสุรชัยนั้นยังอยู่ระหว่างหลบหนี


– ดาบตำรวจถูกแฟนสาวบอกเลิก ช้ำรักยิงแฟนสาวดับก่อนฆ่าตัวตายตาม

วันที่ 14 ม.ค. 62 นางสาวธัญญารัตน์ ปันแก้ว อายุ 21 ปี เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ฯ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวา กระสุนทะลุแก้มซ้าย นอนหงายกับพื้นติดเก้าอี้ทำงาน ในห้องทำงาน และคนที่ก่อเหตุก็ไม่ใช่ใครที่ไหน กลับเป็นแฟนของเธอเอง

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน



ก่อนที่จะเกิดเหตุสลด ดาบตำรวจชัยวิชิต สมฤทธิ์ หรือ ดาบอั๋น ถูกฝ่ายหญิงขอเลิก และนี่อาจทำให้ความเครียดและปัญหาต่างๆตามมา จนทำให้ดาบอั๋นตัดสินใจยิงสาวคนรัก ก่อนจบชีวิตตัวเองตายตาม เป็นอันจบความรักของคน 2 คน


– หนุ่มกระหน่ำยิงหม้ายสาวดับ ขณะขับรถไปส่งลูกหน้าโรงเรียน แค้นง้อคืนดีไม่สำเร็จ

ภาพจากอีจัน


เหตุการณ์สุดสลดหน้าโรงเรียนดังแห่งหนึ่ง ใน จ.สงขลา น.ส.เตชิตา กฤตวัยพัก อายุ 24 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. กระสุนเข้าจุดสำคัญทั้งแขนซ้าย หน้าอกซ้าย และราวนมซ้ายรวม 3 นัด อาการสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งคนก่อเหตุกลับเป็นคนใกล้ตัว คือ นายธนพัฒน์ ไชยถาวร อายุ 26 ปี

ภาพจากอีจัน



สะเทือนใจอย่างที่สุด เพราะช่วงที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่ น.ส.เตชิตา ขับรถเบนซ์มาส่งลูกวัย 5 ขวบ และ 7 ขวบที่โรงเรียน !!

ภาพจากอีจัน



หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับปิดเมืองไล่ล่านายธนพัฒน์ สุดท้ายนายธนพัฒน์ ยอมติดต่อเข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมอาวุธปืน 11 มม. โดยเจ้าตัวสารภาพว่าทำไปเพราะโกรธแค้น หึงหวงที่ น.ส.เตชิตา บอกเลิกแล้วหันไปคบหากับชายหนุ่มคนใหม่

แม้นายธนพัฒน์ จะบอกว่ารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป… แต่ก็ไม่สามารถทำให้หนึ่งชีวิตที่ดับไปฟื้นคืนมา !