ขบวนการ ลักลอบ ตัดไม้พะยูง เหิมเกริมไม่หยุด โดยข้อมูลล่าสุด จาก เขตรักษาพันธุ์ป่า ห้วยศาลา จ.ศรีสะเกษ ในเขตพื้นที่ดูแลของสำนักบริหารพท้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี พบว่า คนที่เข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูง ในป่าห้วยศาลา เป็นคนกัมพูชา โดยลักลอบผ่านเข้ามาตามแนวตะเข็บชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังไม่ปรักปรำแนวเขตประเทศชัดเจน

และแอบลักลอบตัดไม้ มาตั้งแต่ปี 2549 และ เริ่มกระทำการตัดไม้ อย่างไม่เกรงกลัวอำนาจรัฐมากขึ้นเรื่อย ๆ พบมีการลักลอบตัดไม้พะยูงหนักสุดปี 2552 – 2553 และปลายปี 2554-2556 ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้มียุทธการปราบไม้พยูง ตลอดแนว ชายแดน ฝั่งด้าน กัมพูชาและฝั่งลาว พร้อมทั้งขยายผลเพื่อสืบหาต้นตอของขบวนการลักลอบตัดไม้ ใครคือคนสั่งการ และ ปลายทางของไม้พะยูง ไปจบที่ตรงไหน จนกระทั่ง กรมอุทยานฯ สืบทราบว่า ไม้พยูง ที่ถูกตัดทั้งหมด มีใบสั่งจากประเทศที่สาม คือ ประเทศจีน โดยขนส่งผ่านจากป่าไทย ออกไปทางประเทศลาว และ เวียดนาม ก่อนจะไปถึง ประเทศจีน คำถามคือ ระหว่างขนส่ง ไม้พะยูง ที่ผิดกฎหมายถูกลักลอบออกไปได้อย่างไร ?


ล่าสุด กรมอุทยานฯ เข้าตรวจพื้นที่ หลังสืบทราบ มีการลักลอบตัดไม้ ในเขตรักษาพันธุ์ป่า ห้วยศาลา จ.ศรีสะเกษ พบ ไม้ ที่ถูกตัดเป็น ไม้ตะเคียนหิน และไม้ชิงชัน ซึ่งเป็นไม้ที่มีขนาดความโต เกิน 200 -300 ซม และอายุไม่น้อยกว่า 70 ปี 14 มัด พร้อมอุปกรณ์ เลื่อยอก แบบใช้ สองคนชัก เพื่อไม่ให้มีเสียงระหว่างการโค่นไม้ ต่างจากวิธีการเดิม ที่ใช้เครื่องเลื่อยยนต์
คาดว่าไม้ทั้งหมดที่พบนั้น เป็นการรวบรวมไม้จากนอกเขตป่าก่อนส่งกองทับมดมาแยกข้ามประเทศ เพราะเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานฯเคยจับลักลอบตัดไม้ได้บนเส้นทางนี้ 25 มัด จากนั้นก็ไม่พบเห็นอีกเลย จนครั้งนี้
ครั้งนี้คาดว่ามีผู้ร่วมขบวนการประมาณ 14 – 15 คน ใช้ทิศทางข้ามประเทศทางช่องเตี๊ยแกและข้างหลักสิบสอง ฝั่งตรงข้ามคือหมู่บ้านดองตวง ตำบลโกนเกลียน อำเภอกรุงสำโรง จังหวัดอุดรมีชัย

ส่วนใหญ่เเล้วขบวนการลักลอบตัดไม้ เมื่อโค่นไม้แล้ว จะรอเวลา ประมาณ 7-10 วัน มอดไม้อีกชุดหนึ่งจะขึ้นมาผ่าไม้เป็นแผ่น โดยใช้เลื่อยอก เช่นเดียวกัน โดยจะตัดไม้ท่อนยาวให้เหลือความยาวเพียง 1.30-1.50 ม หนา 4 นิ้ว กว้าง 40-50 ซม
ที่สำคัญ ไม้ทุกต้นที่จะถูกโค่น จะมีการมาทำเครื่องหมาย การจอง ว่าต้นไม้ต้นนั้นมีเจ้าของ โดยกลุ่มขบวนการจะไม่แย่งไม้กัน ไม่ลักตัด ถ้ามีการทำเครื่องหมายไว้




ซึ่งปัจจุบัน ไม้พะยูงที่เหลือ ในป่าอนุรักษ์ มีความโตเพียง เฉลี่ย อยู่ที่ 60-100 ซม เท่านั้น และปัจจุบันขบวนการมอดไม้ ที่ลักลอบเข้ามาไม่ได้เอาไม้พะยูง แต่เพียงอย่างเดียว แต่จะลักลอบตัดไม้ ทั้ง ไม้พะยูง/ไม้ชิงชัน/ไม้ประดู่/ไม้ตะเคียนหิน/และไม้แดง
ทั้งนี้ ไม้แต่ละชนิด ถ้าสามารถนำไม้ออกไปจากป่าถึงมือคนสั่งการได้ จะได้ราคา โดยปประมาณ คือ
1 ไม้พะยูงไม่น้อยกว่า20,000บาท
2 ไม้ชิงชัยไม่น้อยกว่า 10,000 บาท
3 ไม้ประดู่ ไม่น้อยกว่า 5,000บาท
4 ไม้แดง ไม่น้อยกว่า 5,000 บาท
5 ไม้ตะเคียนหินไม่น้อยกว่า 3,000 บาท
แต่ถ้าไม้พวกนี้ ถึงปลายทาง ราคา จะคูณเป็น 4-5 เท่าได้เลย จึงไม่แปลกที่ ขบวนการมอดไม้ จะทำกันอย่างเอิกเกริก ไม่เกรงกลัว อำนาจรัฐ เพราะ เบื้องหลัง มีเจ้าหน้าที่รัฐบางคน เป็นผู้บงการ
วันนี้ จนท.อุทยานฯ และกรมป่าไม้ฯ ต้องปกป้อง ของมีค่า มีค่ามากกว่า ราคาค่าหัว ของ ผู้พิทักษ์ป่าด้วยซ้ำ
“เราจะปกป้อง ได้นานแค่ไหน”

