คืบหน้ากรณี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย เข้าช่วยเหลือ 3 ชีวิต ผัว-เมียและแม่วัย 103 ปี ส่งโรงพยาบาล หลังกินต้มข่าไก่ และเกิดอาการเหมือนถูกวางยาและกลายเป็นข่าวฮือฮา เนื่องจากเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด และมีอุจจาระราด โดยเกิดอาการพร้อมกันทั้งสามคน หลังกินอาหาร จนถูกมุ่งประเด็นสงสัยไปยังญาติที่เอาข้าวสารมาให้


ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไป ที่บ้านเลขที่ 26 หมู่ 7 ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เพื่อสอบถามอาการ นายสว่าง นาพรม อายุ 68 ปี นางสำเนียง นาพรม อายุ 65 ปี 2 สามีภรรยา และนางปุ๋ย ศรีสมัย อายุ 103 ปี ซึ่งเป็นแม่ ของนางสำเนียง โดยทั้งสามคน มีอาการดีขึ้นและเป็นปกติแล้ว โดยนางสำเนียง กล่าวว่า แพทย์ โรงพยาบาลพนัสนิคม ได้แจ้งว่า เกิดจากอาการอาหารเป็นพิษ ไม่ได้โดนวางยาอย่างที่ข่าวออกไป และได้ส่งอาหารที่กินไปในวันดังกล่าว ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง และในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกไปสอบสวน ซึ่งตนเองและครอบครัวไม่ติดใจอะไร




ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านของนายสมชาย แนวอินทร์ อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นญาติกับทางนางสำเนียง นาพรม ซึ่งเป็นผู้ที่เอาข้าวสารไปให้ และที่เป็นประเด็นข้าวผสมยาพิษ โดยนายสมชาย กล่าวว่าตนจะทำไปเพื่ออะไร และตนก็นำข้าวสารไปให้เป็นประจำทุกปี เมื่อเสร็จจากหน้าเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นข้าวใหม่ ก็จะนำไปสีข้าวที่โรงสีและนำไปให้ นางปุ๋ย ศรีสมัย อายุ 103 ปี ซึ่งเป็นป้าของตน
ด้านนายแพทย์นิพัทธ์ นิพัทธ์ผลสกุล นายแพทย์ปฏิบัติการประจำห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลพนัสนิคม ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ในวันที่รับตัวเข้ารักษา นั้น ผู้ป่วยได้อาเจียนออกมามีเศษอาหารหลายชนิด ทั้งเนื้อไก่ และเห็ด ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นชนิดได ต้องส่งตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะทราบผล เบื้องต้นยืนยันว่า อาการที่เกิดขึ้น เป็นอาการอาหารเป็นพิษ ซึ่งความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณที่ผู้ป่วยบริโภคเข้าไป ซึ่งตอนนี้ผู้ป่วยทุกคนปลอดภัยดีแล้ว
