คืบหน้าล่าสุดวันนี้ (11ธ.ค.61) นายสุชาติ มณีโชติ ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านช่วยกันฝังซากศพแมวที่ถูกฝูงหมาเจ้าถิ่นกัดตายด้วยความหดหู่ใจ เมื่อช่วงเย็นเมื่อวานนี้ พร้อมเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.คอหงส์ เพื่อเร่งตามตัวคนขับกระบะที่นำแมวมาปล่อย โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะเหตุการณ์นี้เกินจะรับได้
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าวัด พบว่าเมื่อเวลาประมาณตี 2 ได้มีรถกระบะคันหนึ่งซึ่งดูจากภาพคล้ายกับรถยนต์กระบะสีบอนหรือสีเทา ป้ายทะเบียนไม่ชัด ขับรถปิดไฟหน้าเข้ามาในวัดตอนประมาณตี 2 ท้ายกระบะบรรทุกสิ่งของมาเต็มคาดว่าน่าจะเป็นฝูงแมวกลุ่มนี้ รถกระบะคันนี้ใช้เวลาอยู่ในวัดประมาณ 15 นาที ก่อนขับออกไป พบว่ารถกระบะนำแมวมาปล่อยภายในวัด หลังจากนั้นไม่นานพบสุนัขกว่า 20 ตัววิ่งกรูเข้ามา รุมขย้ำกัดแมวตายไป 33 ตัว และเหลือรอดเพียง 3 ตัว



นายสุชาติ เล่าว่า มาตรการควบคุมสุนัขจรจัดภายในวัดที่มีอยู่กว่า30 ตัวนั้นได้หารือกับทางเจ้าอาวาสวัดและคณะกรรมการวัดเพื่อที่จะจัดสร้างคอกเลี้ยงสุนัขเหล่านี้ให้อยู่เป็นสัดส่วนเพื่อความปลอดภัย เพราะปัจจุบันอาศัยอยู่บริเวณหน้าโรงธรรมและกุฎิเจ้าอาวาส และยอมรับว่าสุนัขเหล่านี้ค่อนข้างดุ





เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่รักแมวหรือผู้ที่รักสัตว์เป็นอย่างมาก
น.ส.ฉาย ปานเฉลิม อายุ 49 ปี ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณหน้าวัด เล่าว่าเมื่อประมาณ 7 โมงเช้าวันที่ 10 ธ.ค. 61 ได้พบซากแมวนอนตายผิดสังเกตอยู่ริมถนนหลายตัว จึงเข้ามาดูภายในวัดก็พบว่ายังมีซากแมวนอนตายเกลื่อนเต็มลานวัด พบแมวที่เหลือรอดเพียง 3 ตัว ซึ่งอยู่ในอาการตกใจ ตัวหนึ่งอยู่ในกรง ตัวหนึ่งอยู่บนหลังคา และอีกตัวซุ่มอยู่ในพงหญ้าไม่กล้าออกมา
น.ส.ธนา โตะราม ตัวแทนพรรคเพื่อแมวหรือเดโมแคท องค์กรที่ช่วยเหลือแมวในอ.หาดใหญ่ ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า แมวเหล่านี้น่าจะถูกวางยาซึมแล้วจับใส่กรงและกล่องกระดาษก่อนที่จะนำมาปล่อยที่วัดและยังอยู่ในอาการเซื่องซึมจึงถูกฝูงสุนัขรุมกัดได้ง่าย เพราะปกติแมวจะค่อนข้างว่องไวมากยากที่จะจับได้หรือถ้าถูกสุนัขไล่กัดก็ไม่น่าจะตายมากขนาดนี้เพราะน่าจะวิ่งหนีได้เร็ว ส่วนที่มาของแมวนั้นไม่น่าจะมาจากแมวที่มีการเลี้ยงตามวัดหรือที่องค์กรสัตว์ในอ.หาดใหญ่ช่วยกันเลี้ยง แต่น่าจะเป็นแมวจรจัดตามตลาดที่อยู่รวมกันเป็นฝูงแล้วมีกาวางยาซึมจับมาปล่อยที่วัดแห่งนี้
