รวบไอ้หื่น ข่มขืนนักศึกษาสาว จิตอาสางานพระปฐมเจดีย์

เมื่อคืนวันที่ 26 พ.ย.2561 เวลา 20.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครปฐม ได้รับแจ้งจาก เพื่อนของ น.ส. บี นามสมมติ อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังของ จ.นครปฐม ว่า จะขอกำลังตำรวจช่วยติดตามหา น.ส.บี อายุ 20 ปี นักศึกษา ที่นัดกันมาช่วยงานจิตอาสา ในงานประจำปีองค์พระปฐมเจดีย์ โดย น.ส. บี ได้หายไป เดินทางมาไม่ถึงงาน เมื่อเพื่อนไปตามที่ห้องก็ไม่พบ
จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง ทางเพื่อนนักศึกษาได้แจ้งกลับมายัง สภ.เมืองนครปฐม อีกครั้งว่า น.ส.บี ขณะนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้ที่ห้องโรงแรมม่านรูดในเขตเมืองนครปฐม ขอให้ ตร.ช่วยมารับตัว

ภาพจากอีจัน

จากนั้น ตร.จึงรายงาน พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ภ.จว.นครปฐม ทราบ และไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครปฐม เมื่อไปถึงพบ น.ส.บี อยู่ในอาการหวาดกลัว ตร.ได้นำส่งโรงพยาบาลนครปฐม เพื่อทำการตรวจร่างกาย พร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐาน 7 มาเก็บหลักฐานภายในห้อง 


จากการตรวจสอบภายในโรงแรมมีกล้องวงจรปิดติดไว้ พบว่าคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 30-35 ปี ใช้รถ จยย. ฮอนด้า คลิก สีดำแดง หมายเลขทะเบียน 1 กข 94 นครปฐม โดยภาพได้ปรากฏเห็นชายคนร้ายขี่รถจยย. ขี่มุ่งหน้าเข้าโรงแรมอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจน จากนั้นจึงได้นำหมายเลขทะเบียนรถ 1 กข 94 นครปฐม ไปทำการตรวจสอบพบว่า ผู้ครอบครองรถคือ นายอนุรักษ์ โชติชุทิพย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37-39 ถนน 25 มกรา เขตเทศบาลนครนครปฐม ตร.จึงได้เตรียมภาพถ่ายของคนร้ายให้กับ น.ส.บี ดูว่าใช่บุคคลเดียวกันกับที่ก่อเหตุหรือไม่

ภาพจากอีจัน
น.ส.บี เล่าว่า ได้นัดหมายรวมตัวกัน เพื่อทำงานจิตอาสาไปช่วยงานที่องค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งขณะนี้มีงานประจำปีอยู่ โดยนัดกันช่วงเย็นประมาณ 18.00 น. แต่ตัวเองยังทำธุระไม่เสร็จจึงมาถึงช้ากว่าคนอื่นๆ เมื่อมาก็ไม่เจอเพื่อนแล้ว จึงคิดว่าเดี๋ยวจะนั่งวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปส่ง ขณะนั้นมีชายขี่รถ จยย. ขี่ผ่านมาพอดีและทักว่าจะไปไหนเดี๋ยวอาสาพาไปส่ง ตนบอกจะไปงานองค์พระ ชายคนดังกล่าวก็ตอบกลับมาว่ากำลังจะไปเหมือนกัน ประกอบกับกลัวเพื่อนๆจะรอและความเร่งรีบจึงตัดสินใจนั่งซ้อนท้ายไปด้วย ในช่วงนั้นฟ้ามืดแล้ว ถนนเส้นหลักมีรถติดหนักมาก ชายคนดังกล่าวออกอุบาย บอกว่าเดี๋ยวพาไปทางลัดเพราะมีทางอื่นอีกหลายทางที่รถไม่ติด จากนั้นก็เลี้ยวรถพาย้อนขึ้นไปทางถนนมาลัยแมน แล้วเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปทาง ต.ทัพหลวง อ.เมืองนครปฐม ตนจึงสอบถามว่าทำไมมาทางนี้มันไม่ใช่ทางที่จะไปตลาด ตนเห็นท่าไม่ดี ขอให้จอดรถเพราะไม่ไปแล้วจะไปขึ้นรถรับจ้าง แต่ชายคนดังกล่าวไม่ยอมจอด ขี่มุ่งหน้าเข้าไปในโรงแรมม่านรูด แล้วจับเข้าห้องก็ข่มขู่จะฆ่า ตนหวาดกลัวมาก บังคับให้ถอดเสื้อผ้าแล้วข่มขืน จากนั้นหนีออกไปจากห้องทันที ตนจึงโทรศัพท์บอกเพื่อนให้แจ้ง ตร. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพรถของคนร้ายให้ น.ส.บี ดู โดยยืนยันเป็น รถ จยย.ของคนร้าย แต่เมื่อ ตร.นำภาพใบหน้าของคนร้ายให้ดู น.ส. บี ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจน 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากอยู่ในความหวาดผวา แต่ น.ส.บี บอกกับ ตร.ว่า จดจำรอยสักตามร่างกายได้ หลังเกิดเหตุแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจสอบเพื่อเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม โดยนำตัวพนักงานโรงแรมมาสอบปากคำเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ต่อมา วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ว่า หลังจากเหตุเกิดขึ้นแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนนำโดย พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก. ภ.จว. นครปฐมได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พิทักษ์ธรรม ผกก. สภ. เมืองนครปฐม หลังจากตรวจสอบหลักฐาน จากกล้องวงจรปิดแล้ว ได้ให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนเสนอต่อศาลจังหวัดนครปฐม จับกุมตัวนายอนุรักษ์ โชติชูทิพย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37- 39 ถนน 25 มกรา ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา ทำร้ายร่างกาย ลักทรัพย์ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านของนายอนุรักษ์ ตรวจค้นพบรถจยย. Honda สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กข 94 นครปฐมซึ่งจอดอยู่ในบ้านดังกล่าว
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลางรถ จยย. มายังสภ.เมืองนครปฐม เพื่อทำการสอบปากคำแต่ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นใดๆทั้งสิ้น หลังจากถูกจับกุมตัวมาบรรดาญาติได้เดินทางมายัง สภ. เมืองนครปฐม มาเยี่ยมกันจำนวนมาก โดยในวันรุ่งขึ้นพนักงานสอบสวน ร.ต.อ.ญ. พิชญพิมพ์ สุทธิวงศ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม จะเตรียมนำตัวนายอนุรักษ์ผู้ต้องหา ไปส่ง ฝากขังที่ศาลจังหวัดนครปฐม และขอรับตัวมาเพื่อทำการสอบสวนและให้ผู้เสียหายชี้ตัว. ส่วนในวันที่ 28 พ.ย.2561 เวลา 10.00 น เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ได้นำตัว นายอนุรักษ์ โชติชุทิพย์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37-39 ถนน 25 มกรา เขตเทศบาลนครนครปฐม ไปฝ่ากขังที่ ศาลจังหวัด นครปฐม ขณะเดินลงมาจาก สภ.เมืองนครปฐม ผู้ต้องหาปิดบังใบหน้าไม่ให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ ผู้ใส่เสื้อสีดำมีผ้าปิดปาก