เรื่องราวหดหู่ นับวันยิ่งทวีคูณความโหดร้าย
จันได้เจอเรื่องราวของสาวน้อยหน้าตาสะสวย ผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ชลิดา วัฒนะ นักธุรกิจสาว ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และเผยแพร่เรื่องราวชีวิตอันโหดของสาวน้อย เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติสังคม

สาวน้อยวัย 17 ปี ถูกเลี้ยงดูมาโดยตายาย ตั้งแต่เกิด จนถึงวัย 12 ขวบ
พ่อและแม่แท้ๆของเธอก็มารับไปเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ตอนนั้นสาวน้อยดีใจมาก เพราะเธอจะได้อยู่ในครอบครัวที่พร้อมหน้า พ่อแม่ลูกเหมือนเพื่อนๆคนอื่นแล้ว
แต่…ไม่เป็นอย่างที่เธอคิด
การตัดสินใจก้าวขาออกจากบ้าน ตายาย กลับกลายเป็นการก้าวเท้าเข้าสู่ขุมนรก
สาวน้อยไม่ได้เรียนหนังสือ เธอถูกขังอยู่แต่ในบ้าน และต้องกลายเป็นเครื่องบำเรอกามให้กับพ่อบังเกิดเกล้า ผู้สร้างชีวิตให้เธอ โดยผู้สมรู้ร่วมคิดคือ แม่ ของเธอเอง
หากวันไหน ผู้เป็นพ่อ เกิดความใคร่ แต่สาวน้อยไม่สมยอม สาวน้อยจะถูกแม่ตี และบังคับให้ยอมพ่อแต่โดยดี หากผู้เป็นพ่อ เอ่ยปากอยากได้อะไร
สาวน้อยทนทุกข์ทรมานมานาน ถึง 5 ปี ตอนนี้เธอโตเป็นสาววัย 17 ปี แล้ว แต่ความโหดร้ายที่พ่อและแม่ทำกับเธอยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
สาวน้อยสุดจะทน หาช่องทางหนี จนในที่สุดเธอก็สามารถหนีออกจากนรกได้แล้ว
โดยมุ่งตรงไปที่บ้านของอา หรือน้องสาวแท้ๆของพ่อเธอ
ตอนแรกที่สาวน้อยเล่าให้อาฟัง อากลับยังไม่เชื่อ
เพราะเรื่องนี้มันดูเกินจะเป็นความจริง
จนไม่นาน พ่อเลว ก็มาตามหาลูกสาวถึงบ้านอา เข้ามาตบตีจน สาวน้อยบอบช้ำทั้งร่างกาย
อา จึงออกตัวปกป้องหลานสาว และรีบแจ้งความจับพี่ชายตัวเอง ในข้อหาบุกรุกทำร้ายร่างกาย
แต่ในความโชคร้าย ยังพอมีแสงสว่าง คุณชลิดา บุคคลธรรมดาๆที่รู้เรื่องนี้ ทนไม่ไหวกับเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้น เธอจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พาสาวน้อยไปตรวจร่างกาย และพาไปแจ้งความพ่อเพิ่มในข้อหา กระทำชำเรา
จนในที่สุด พ่อ ก็โดนจับ
แต่ที่น่าเจ็บช้ำ คือ แม่กลับไม่เหลียวแลลูกสาวผู้ถูกกระทำ กลับโกรธที่ทำให้ผัวติดคุก และพร้อมจะหาทางช่วยผัวทุกทาง
นี่หรือคือสถาบันครอบครัวที่อบอุ่น
นี่หรือคือคนที่เรียกตัวเองว่า พ่อแม่
