“อรรถพล” เผย ไทยมีน้ำมันสำรอง 107 วัน! ลุยเตรียมแผนรับปชช. เดินทางช่วงสงกรานต์
ธรรมธรรม อีจัน
28 มีนาคม 2569

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงความคืบหน้าการบริหารจัดการสถานการณ์พลังงานท่ามกลางวิกฤตการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่ารัฐบาลได้เตรียมแผนรับมือเชิงรุกเพื่อสร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงทางพลังงานให้กับประชาชนไทย
นายอรรถพล เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันรวม ทั้งน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันตามกฎหมาย น้ำมันจากการค้า และน้ำมันดิบ รวมกันสูงถึง 107 วัน พร้อมยืนยันตารางการเดินเรือบรรทุกน้ำมันที่จะเข้าสู่ไทยชัดเจนไปจนถึงเดือนพฤษภาคม โดยในเดือนเมษายนนี้จะมีน้ำมันเข้ามาเต็มจำนวนที่ต้องใช้คือ 24 ล้านบาร์เรล ขณะที่ยอดสั่งซื้อในเดือนพฤษภาคมได้รับการยืนยันมาอย่างต่อเนื่องและจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันจะมีเพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยอมรับว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทันทีที่เกิดปัญหา โดยมาตรการแรกที่ดำเนินการคือการ “ระงับการส่งออกน้ำมัน” เพื่อกักเก็บทรัพยากรไว้ใช้ภายในประเทศในช่วงที่ประชาชนยังไม่ตื่นตระหนก นอกจากนี้ยังได้ออกมาตรการเสริมความแข็งแกร่งของระบบ
ทั้งการตรวจสอบสต๊อกเข้มข้น ที่ตรวจสอบคลังน้ำมันและผู้ค้าตามมาตรา 7 อย่างใกล้ชิด ปรับเทคนิคการกลั่น โดยประสานโรงกลั่นให้เพิ่มกำลังการผลิตดีเซล โดยสลับสัดส่วนจากน้ำมันเครื่องบินที่มีความต้องการน้อยลง มาเพิ่มอัตราการผลิตน้ำมันดีเซลแทน
ผ่อนคลายเกณฑ์สำรอง ที่ลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันสำเร็จรูปนำเข้าจาก 7% เหลือเพียง 1% เพื่อจูงใจให้มีการนำเข้ามาเสริมในระบบช่วงที่ความต้องการพุ่งสูงเกินปกติ อีกทั้งหาพลังงานทางเลือก เช่น เพิ่มสัดส่วนน้ำมันชีวภาพ ทั้งกลุ่มเบนซิน E20 และดีเซลที่ปรับจาก B5 เป็น B7 รวมถึงเพิ่มทางเลือก B10 และ B20
ในด้านการกำกับดูแลราคาและปริมาณ นายอรรถพลระบุว่า ได้สั่งการให้โรงกลั่นและผู้ค้าต้องปิดประกาศราคาหน้าคลังน้ำมันเพื่อป้องกันการค้ากำไรเกินควร พร้อมส่งทีมตรวจการณ์ร่วมกับหลายภาคส่วนเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันครบทั้ง 53 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงถังเก็บสำรอง 589 ถัง และสถานีบริการน้ำมันอีกกว่า 2,000-3,000 แห่ง
ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีการตรวจพบการกระทำความผิดในลักษณะ “กักตุน” บ้าง เช่น ในพื้นที่จังหวัดอ่างทองที่พบแหล่งเก็บน้ำมันไม่ได้รับอนุญาตนับหมื่นลิตร ซึ่งได้จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว โดยยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีการ แวะกลางทาง ตั้งแต่โรงกลั่นจนถึงมือประชาชน
ส่วนเรื่องราคาน้ำมันดิบที่เป็นสต๊อกเดิมแต่ทำไมจึงปรับขึ้นตามราคาตลาดโลก นายอรรถพลชี้แจงว่า เป็นไปตามกลไกสากลเช่นเดียวกับราคาทองคำ หากคิดตามราคาสต๊อกเก่าในช่วงขาขึ้น เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลงแต่น้ำมันดิบที่ซื้อมาเป็นราคาสูงในช่วงสงคราม ประชาชนก็จะต้องซื้อน้ำมันแพงในวันที่ตลาดโลกลดลงเช่นกัน ดังนั้นการอ้างอิงราคาตลาดปัจจุบันจึงเป็นระบบที่ยุติธรรมที่สุดและใช้กันทั่วโลก
สำหรับประเด็น ค่าการกลั่นและภาษีลาภลอย กระทรวงพลังงานไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ตั้งคณะกรรมการร่วม 3 กระทรวง (พลังงาน, คลัง, พาณิชย์) เพื่อตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริง โดยเฉพาะราคา War Premium ที่สูงขึ้นจากผลกระทบสงคราม เพื่อนำข้อมูลไปหักลบและส่งต่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป
นายิรรถพล ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ จากเดิมที่มีปั๊มน้ำมันต้องปิดตัวลงกว่า 2,082 แห่งในช่วงวิกฤต ขณะนี้เหลือเพียง 300 กว่าแห่งเท่านั้นที่ยังขาดน้ำมัน โดยขณะนี้โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตเกิน 100% และเร่งกระจายน้ำมันไปยังจ๊อบเบอร์เพื่อส่งต่อไปยังสถานีบริการขนาดเล็กและอุตสาหกรรมเพื่อลดความแออัด
สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ กระทรวงฯ ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ อย่างแอปพลิเคชัน Fuel-Now ที่ให้ประชาชนตรวจสอบพิกัดและสถานะน้ำมันได้กว่า 10,000 สถานี เพิ่มการนำเข้า โดย OR เตรียมนำเข้าดีเซลเพิ่ม 14 ล้านลิตร รวมถึง เชลล์ และบางจาก จะนำเข้าเบนซินเสริมทัพ พร้อมทั้งสแตนบายรถขนส่ง จัดเตรียมรถขนส่งน้ำมันสำรองในจุดเสี่ยงที่มีการจำหน่ายสูง และประสานมหาดไทย-คมนาคม ดูแลจุดบริการน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะข้ามจังหวัด
นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้าย ถึงสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า ปัจจุบันยังคงทำหน้าที่อุดหนุนราคาดีเซลอย่างต่อเนื่อง แม้สถานะจะติดลบกว่า 38,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกเฉลี่ยวันละ 1,300 ล้านบาท แต่รัฐบาลจะบริหารจัดการอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างสะดวกและมั่นใจ