“อ.จตุรงค์” โพสต์ คดี “หลวงพ่อธัมมชโย” ยุติแล้ว เหตุคดีขาดอายุความ 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

27 มีนาคม 2569

“อ.จตุรงค์” โพสต์ คดี “หลวงพ่อธัมมชโย” ยุติแล้ว เหตุคดีขาดอายุความ 

ลูกเพจจำคดี “ธัมมชโย” ได้มั้ยคะ? ล่าสุดยุติแล้ว เหตุคดีขาดอายุความ 

วานนี้ (26 มี.ค.69) อาจารย์จตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา ได้โพสต์ภาพเอกสารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องแจ้งคำสั่งยุติดำเนินคดีพระธัมมชโย พร้อมแคปชั่นระบุว่า… 

“ยุติคดี หลวงพ่อธมฺมชโย แล้ว หลวงพ่อไม่ต้องหนีแล้วนะครับ โชว์ตัวได้เหมือนเดิม ที่มาแจ้งความไว้ สอบสวนมา 10 ปี คดีขาดอายุความแล้ว ยุติคดีนะ ทำอะไรต่อไม่ได้แล้ว ผิดถูกไม่รู้ เพราะ 10 ปี ระบบกล่าวหา ยังกล่าวหาไม่ได้เลย อนึ่ง เจ้าหน้าที่เองก็ไม่ได้บกพร่อง” 

โดยภาพเอกสารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องแจ้งคำสั่งยุติดำเนินคดีพระธัมมชโย ความว่า “ตามที่ นายธรรมนูญ อัตโชติ กับพวก ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษให้ดำเนินคดีกับ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระอธิการไชยบูลย์ ธัมมชโย และนางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 60 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 มาตรา 91 และมาตรา 357 ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ 27/2559 ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 นั้น 

ขอเรียนแจ้งว่า อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดี พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระอธิการไชยบูลย์ ธัมมชโย และนางสาวศศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 มาตรา 9 และมาตรา 60 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 มาตรา 91 และมาตรา 357 เนื่องจากคดีขาดอายุความ  

สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6) และระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48(7) และขอให้ดำเนินการแจ้งผู้ร้องทุกข์ทราบต่อไป ในการนี้ จึงเรียนมายังท่านเพื่อแจ้งคำสั่งยุติการดำเนินคดีของพนักงานอัยการ ตามมาตรา 146 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา” 

ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ ที่สั่นสะเทือนวงการสงฆ์และสังคมไทยมากที่สุดคดีหนึ่ง หลังยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 จากการทุจริตภายใน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินไปกว่า 10,000 ล้านบาท จากการสอบสวนเชิงลึกของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พบเส้นทางการเงินเป็นเช็คสั่งจ่ายบริจาค ให้แก่ พระเทพญาณมหามุนี หรือ “พระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย รวมถึงมูลนิธิในเครือข่าย เป็นเงินรวมกว่า 1,260 ล้านบาท

คดีนี้นำไปสู่การตั้งข้อหาหนัก คือ “สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร” ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก “พระธัมมชโย” ถึง 3 ครั้ง แต่ทางวัดปฏิเสธโดยอ้างเหตุผลเรื่อง อาการอาพาธหนัก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จนกระทั่งศาลอนุมัติออกหมายจับครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559

เหตุการณ์ตึงเครียดถึงขีดสุดในต้นปี พ.ศ. 2560 เมื่อรัฐบาลประกาศใช้ “มาตรา 44” กำหนดให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ เจ้าหน้าที่นับพันนายปิดล้อมและตรวจค้นวัดอย่างละเอียดนานถึง 23 วัน แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่พบตัวอดีตเจ้าอาวาสแต่อย่างใด ส่งผลให้มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ถอดถอนสมณศักดิ์ในวันที่ 5 มีนาคม 2560 เนื่องจากหลบหนีหมายจับ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569 ดีเอสไอได้ส่งหนังสือแจ้งผลสรุปคดีถึงผู้ร้องทุกข์ว่า พนักงานอัยการมีคำสั่ง ยุติการดำเนินคดี กับพระธัมมชโย และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ โดยให้เหตุผลสำคัญว่า “คดีขาดอายุความ” (อายุความ 15 ปี) ซึ่งตามกฎหมายส่งผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(6)
ถือเป็นการปิดฉากคดีฟอกเงินครั้งประวัติศาสตร์ เหตุคดีขาดอายุความ

เหตุผลสำคัญ คดีความมีอายุความ 15 ปี (นับจากเช็คใบสุดท้ายปี 2554) และเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องศาลได้ทันเวลา ทำให้ “คดีขาดอายุความ”