“รมช.กลาโหม” ยัน! ยุทธภัณฑ์ทางทหาร ไม่ขาดแคลน แต่ยามวิกฤตไม่พอ!  

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

1 พฤศจิกายน 2568

“รมช.กลาโหม” ยัน! ยุทธภัณฑ์ทางทหาร ไม่ขาดแคลน แต่ยามวิกฤตไม่พอ!  

เดือดไม่หยุด!  หลัง ‘รมช.กลาโหม’ ออกมายัน ยุทธภัณฑ์ทางทหาร ไม่ขาดแคลน แต่ยามวิกฤตไม่พอ! ติง กมธ.ทหาร อย่าดึง ‘เสาหลักชาติ’ มาเล่นดราม่า ของบริจาค   

เมื่อวันที่  31 ต.ค.68 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้ออกมาโพสต์เรื่องที่สํานักงานปลัดกลาโหมศรีสมาน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ ในช่วงสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา หลัง ‘กัน จอมพลัง’ นำยุทธภัณฑ์ และสิ่งของต่างๆไปบริจาคให้กับทหารตามแนวชายแดน ว่า ทหารเมื่อจัดกำลังป้องกันชายแดนในแต่ละปี มีงบประมาณให้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นการจัดสรรงบประมาณในการป้องกันประเทศภาวะปกติ แต่ปัจจุบันอยู่ในขั้นที่ 2 พบมีการรุกล้ำชายแดน ที่ทหารต้องตอบโต้ จนเกิดการประทะกันเป็นระยะ นั่นหมายความว่า ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปกติ จึงชี้ให้เห็นว่า งบประมาณที่อนุมัติในสถานการณ์ปกติไม่เพียงพอ  

ด้านของบิ๊กดุลย์ เผยว่า ที่ผ่านมาสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งในแต่ละจุดปะทะ ทหารต้องเข้าไปในพื้นที่โดยเร็วที่สุด จึงขอตั้งคำถามว่า หากต้องเข้าพื้นที่โดยเร็วที่สุด งบประมาณที่จะจัดสรรให้ตามปกติ จะเพียงพอหรือไม่และจะทันต่อเหตุการณ์หรือไม่?  ซึ่งก็ได้ตอบว่า 

 “มันไม่ทันหรอก ในเมื่อมีประชาชนร่วมมือกันที่จะให้สิ่งของ และมีงบประมาณที่จะทำทางให้ มีงบประมาณเติมน้ำมันให้ทหาร ให้ทหารเข้าไปถึงพื้นที่ ด้วยความรวดเร็ว ท่านว่าไม่ดีเหรอครับ มันเป็นเรื่องดีที่ทำให้ทหารเข้าไปในพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย ยิ่งถ้ามีเกราะอยู่ด้วย ท่านว่าไม่ดีหรอครับ” เเละย้ำว่า ทหารไม่ใช่นักธุรกิจ ที่เมื่อธุรกิจขาดทุนก็เริ่มใหม่ได้ แต่ทหารสูญเสียอวัยวะ เรียกกลับคืนมาไม่ได้ ดังนั้น เมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เข้าพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย มีบังเกอร์ที่แข็งแรง ไม่ดีหรือ อันนี้ขอถามคนไทยทั้งประเทศ 

รมช.กลาโหม ยืนยันว่า กองทัพบกให้เงินได้ แต่งบประมาณของทางราชการ หากขอตามแผนประจำปี 2 ปี กว่าจะได้ หากเป็นงบกลาง อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึง 5 เดือน ส่วนตัวพูดด้วยความรู้สึก ไม่ได้ปกป้องกองทัพบก แต่ที่ต้องออกมาพูด เพราะเห็นใจทหารที่อยู่ตามแนวชายแดน รับของแล้วเจอเรื่องดราม่า ว่า รับของมา ทั้งๆ ที่เป็นความรักชาติของคนไทย ที่ร่วมมือกันบริจาค ส่วนที่ฝ่ายการเมืองทะเลาะกัน ขออย่าดึงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ทหารมีสมาธิในการปฎิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ เพราะขวัญกำลังใจของกำลังพลถือว่ามีส่วนสำคัญ  

พลโท อดุลย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้รับการอนุมัติจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ทำถนนเข้าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ อำนวยความสะดวกให้ทหารเข้าไปถึงพื้นที่ชายแดนได้อย่างรวดเร็วและสะดวก ขณะเดียวกันตอนนี้กำลังพลมีเสื้อเกราะ มีบังเกอร์ที่แข็งแรง พร้อมปกป้อง ‘กัน จอมพลัง’ แต่เป็นการยืนยันว่า ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนต้องการสิ่งเหล่านี้ เพื่อรักษาชีวิต  

ในส่วนของคำถามที่ว่า ทำไมก่อนหน้านี้ผู้บังคับบัญชาไม่จัดหายุทธภัณฑ์เหล่านี้ให้กับกำลังพล แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นถึงมารับบริจาค พลโท อดุลย์ ระบุว่า ไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น ยืนยันทุกปี กองทัพบกมีงบประมาณในการพัฒนาเส้นทางต่างๆ ที่จะเข้าไปตามแนวชายแดน แต่อาจไม่ตรงกับจุดที่เกิดภัยคุกคาม เช่น ปราสาทคนา ไม่มีใครรู้ว่าภัยคุกคามจะเกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว รวมถึงอีกหลายหลายพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ และขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้ง ไฟฟ้า น้ำประปา สัญญาณโทรศัพท์ รวมถึงการติดตั้งรั้ว cctv ที่ไม่ต้องทำเป็นกำแพงแต่ใช้ระบบดิจิทัล ซึ่งจะทำให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลจาก ระบบนี้ได้ เช่น การหลบหนีเข้าเมือง ส่วนการรับบริจาคสิ่งของ จำเป็นต้องกำชับให้หน่วยงานในสังกัดต้องโปร่งใสในการรับบริจาคสิ่งของหรือไม่ พลโท อดุลย์ ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่รับเป็นเงินแต่รับเป็นสิ่งของ  

โดยก็ได้พูดทิ้งท้ายประมาณว่า  ”ถ้าคนเราคิดดีทำดี ผมเชื่อว่า ไม่มีวาระแอบแฝงอะไร สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ทหารทุกคน ที่ดูแลประเทศชาติของเรา“ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องช่วยกันตรวจสอบ “ใครโกงก็ต้องว่าเป็นคนๆ ไป”  

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นี่เป็นการดิสเครดิต กองทัพโดยใช้ ‘กัน จอมพลัง’ หรือไม่ พลโท อดุลย์ มองว่า ”ไม่“ แต่มองว่า เป็นการทะเลาะกันเอง ขออย่าดึงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง กองทัพดูแลด้านความมั่นคง  

“อย่าเอาความมั่นคงที่เป็นเสาหลักของชาติมาเล่นกันแบบนี้ ผมว่ามันต้องเห็นใจกัน กรรมาธิการก็ทำหน้าที่ของกรรมาธิการไป คุณกัน ก็ทำหน้าที่ของคนที่รักชาติ ส่วนคุณกันจะทำไม่ดีก็ไปตรวจสอบกันเอง” เเละ ย้ำว่า ในสภาวะปกติ กองทัพไม่ได้ขาดแคลนยุทธภัณฑ์ แต่ขาดในภาวะวิกฤต เมื่อปะทะกัน ต้องการถนน บังเกอร์ เสื้อเกราะ จึงขอตั้งคำถามว่า หากมีคนเอามาให้ จะผิดระเบียบหรือไม่ แต่ตนยอมผิดระเบียบ 

บอกเลยว่าการได้พูดครั้งนี้ค่อนข้างออกมาชัดเจนเเละเข้มเเข็งมากว่าเรื่องการยุทธภัณฑ์ทางทหารเเสะเสาหลักของชาติ อย่านำมามีส่วนเกี่ยวข้องที่จะนำมาเล่นดราม่าจนเกิดการเข้าใจผิด ขอให้ประชาชนรับข่าวสารอย่างถูกต้องด้วยนะคะ  

 ที่มา: เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว   https://www.facebook.com/share/p/17diSQjMss/?mibextid=Nif5oz