เร่งตรวจสอบ คดีตำรวจยัดยา ผบ.ตร. เผยพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

เร่งตรวจสอบ คดีตำรวจยัดยา ผบ.ตร. เผยพร้อมให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

กรณีลูกสาวร้องเรียนสื่อ ขอความเป็นธรรมให้พ่อ เชื่อว่าพ่อถูกตำรวจยัดยาเสพติด เหตุเกิดเวลา 02.00 น. วันที่ 13 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา

ภาพจากอีจัน

(20 พ.ย.62) ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ได้รับรายงานจาก ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า เมื่อวันที่ 13 พ.ย.62 เวลา 03.00 น. ตำรวจประจำด่านตรวจ สภ.สามร้อยยอด ได้เรียกรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 70 – 2434 ชุมพร เพื่อทำการตรวจค้น ซึ่งมีนายโสภณ วงศ์สวัสดิ์ อายุ 47 ปี เป็นผู้ขับขี่ โดยจากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจพบ ยาบ้า จำนวน 1 เม็ด อยู่ภายในรถ สอบถามนายโสภณ ให้การว่าเป็นผู้ขับรถคันดังกล่าวมาคนเดียว ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในขั้นตอนการตรวจค้นนั้น ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งนายโสภณได้แจ้งให้ทราบด้วยแล้วว่าภายในรถยนต์บรรทุกมีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้โดยตลอดขณะทำการตรวจค้น สามารถยืนยันได้ว่าตำรวจไม่ได้ทำการใดๆ อันเป็นการกระทำทุจริตตามที่กล่าวหา

ภาพจากอีจัน

คดีนี้ อยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่ง พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ยืนยันให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ โดยได้สั่งการให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน ตรวจสอบข้อมูลการใช้รถบรรทุกคันดังกล่าว พร้อม ซักถาม ขยายผล ประวัติผู้ขับขี่ที่ถูกจับกุมและผู้ขับขี่ที่เคยใช้รถบรรทุกคนอื่นก่อนหน้านี้กับทางบริษัทฯเจ้าของรถยนต์บรรทุก ประกอบกับ ให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำ ตำรวจ ชุดจับกุมอย่างละเอียดถึงพฤติการณ์จับกุม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์และการอำนวยความยุติธรรม โดยในกรณีดังกล่าวต้องขอยกเป็นอุทาหรณ์ ของผู้ขับขี่รถบรรทุก รถโดยสารสาธารณะต่างๆ ที่ต้องมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน หรือ ร่วมใช้รถยนต์กับผู้อื่นผู้ใด ควรตรวจสอบสิ่งของภายในรถอย่างถี่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน อาวุธสงคราม ยาเสพติด หรือ สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อเป็นการป้องกันตนเองต่อการกระทำความผิดกฎหมายจากผู้ไม่ประสงค์ดี หรือ ผู้ที่ลักลอบกระทำความผิดแล้วทิ้งพยานหลักฐานไว้