นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ ย่านสำเพ็ง บริเวณแยกคิคูยา ถนนราชวงศ์ แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใยและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่อชีวิตและทรัพย์สินของลูกจ้าง นายจ้าง และสถานประกอบกิจการ พร้อมสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งให้ความช่วยเหลือลูกจ้าง นายจ้าง โดยเร่งด่วน ผมจึงสั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่งพนักงานตรวจความปลอดภัยเข้าไปตรวจสอบ และหาข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ประมาณ 9 คูหา ซึ่งคาดว่าเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด โดยอาคารที่ไฟไหม้เป็นร้านค้าที่ประกอบกิจการขายอุปกรณ์ ถุงพลาสติก และขายเครื่องเล่นเด็ก จากเหตุไฟไหม้ดังกล่าว รายงานเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก ซึ่งเป็นลูกจ้างของร้าน จำนวน 2 ราย เป็นชายสัญชาติกัมพูชา 1 ราย และหญิงไทย 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บจากการสำลักควันจำนวน 9 ราย

ทั้งนี้ ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือลูกจ้าง นายจ้าง และสถานประกอบกิจการ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานคร พื้นที่ 8 และศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 11 (ตลิ่งชัน) เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งประสานหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงานเข้าให้ความช่วยเหลือลูกจ้าง นายจ้าง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว และจะเชิญนายจ้างพร้อมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

นายสุชาติ ยังกล่าวถึงรายงานจากสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ว่า จากการตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาลผู้ป่วย ซึ่งมีอาการสำลักควันของโรงพยาบาลหัวเฉียว จำนวน 7 ราย พบว่า ลูกจ้างที่ได้รับบาดเจ็บใช้สิทธิประกันกลุ่มอุบัติเหตุจำนวน 4 ราย, ใช้สิทธิประกันสังคม 1 ราย คือ นายศรัฌยพงศ์ กิตติโชควัฒนา และอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิอีก 2 ราย คือ นายกิติชาติ การุณรัตนกูล อายุ 71 ปี และนางติงงิ้ม แซ่เฮ้ง อายุ 99 ปีส่วนผู้บาดเจ็บที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกลาง ยังไม่ได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาล
สำหรับลูกจ้างที่เสียชีวิต 2 ราย รายแรก คือ น.ส.จิราพัชร สุ่มมาตร์ เป็นลูกจ้างของห้างผ้าใบราชวงศ์ สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ เป็นค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนขาดรายได้จำนวน 1,260,000 บาท และบำเหน็จชราภาพกรณีตาย จำนวน 134,653 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้น 1,444,653 บาท รายที่สอง นาย PHEAK. DOEUM เป็นลูกจ้างสัญชาติกัมพูชาของห้างผ้าใบราชวงศ์เช่นกัน ที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ เป็นค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท เงินทดแทนขาดรายได้จำนวน 722,904 บาท บำเหน็จชราภาพกรณีตาย จำนวน 17,512 บาท พร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งสิ้น 790,416 บาท ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะได้ประสานความช่วยเหลือจ่ายสิทธิประโยชน์แก่ทายาทโดยเร็วต่อไป
