ระวัง! รัฐฯ เตือน “โรคติดเชื้อไวรัสซิกา” กำลังระบาดหลายเเห่งในไทย 

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

18 กรกฎาคม 2568

ระวัง! รัฐฯ เตือน “โรคติดเชื้อไวรัสซิกา” กำลังระบาดหลายเเห่งในไทย 

ยุงลาย ตัวพาหะนำโรคหลายโรคสู่คน!  

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.68 ที่ผ่านมา เว็บไซต์รัฐบาล โดย นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศเตือนภัยประชาชนเกี่ยวกับ โรคที่มี “ยุงลาย” เป็นพาหะนำโรค นั่นก็คือ “เชื้อไวรัสซิกา” ซึ่งย้ำว่าต้องระวังเป็นพิเศษเพราะสามารถติดจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ด้วยซึ่งมีคำอธิบายเพิ่มเติมว่า… 

รัฐบาลห่วงใยต่อสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกาที่กำลังระบาดในบางพื้นที่ของประเทศไทย โดยโรคนี้เองมี ยุงลาย เป็นพาหะนำโรคเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก และไข้ปวดข้อยุงลาย ที่สำคัญสามารถติดต่อจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผิดปกติร้ายแรง เช่น ศีรษะเล็ก การได้ยินผิดปกติ หรือพัฒนาการล่าช้า เป็นต้น หญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีอาการไข้ ผื่นแดง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนค แอสไพริน หรือยาชุดต่าง ๆ ควรรีบพบแพทย์ทันที 

ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกา  ระหว่างวันที่ 7 ม.ค. – 5 ก.ค. 68 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 7 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต แยกเป็นรายจังหวัด ดังนี้   

จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 2 ราย  

จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 2 ราย  

จังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วยสะสม จำนวน 2 ราย 

จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 1 ราย  

กลุ่มอายุที่ป่วยสูงสุดคือ กลุ่มอายุ 5 – 9 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุรองลงมาคือ กลุ่มอายุ 20 – 29 ปี และกลุ่มอายุ 40 – 49 ปี ตามลำดับ ก็ยังคงต้องย้ำเตือนมากๆสำหรับหญิงตั้งครรภ์ต้องหมั่นดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด หากติดเชื้อไวรัสซิกา ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด สำหรับชุมชนขอให้ดำเนินมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ได้แก่ 1. เก็บบ้าน ให้สะอาด ไม่ให้ยุงเกาะพัก 2. เก็บขยะ ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง 3. เก็บน้ำ ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิดไม่ให้ยุงวางไข่  

หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์ในทันทีค่ะ อย่าปล่อยไว้นะคะมันอันตรายกว่าที่คิดไว้ อีจันเป็นห่วงสุขภาพทุกคนค่ะ  

ที่มา เว็บไซต์รัฐบาล https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/98511