สูบบุหรี่ มันไม่ใช่ว่าเท่ เเต่มันจะพาร่างพังด้วย
วันนี้(29 พ.ค.69) แพทย์ มช. ออกมาเตือนเรื่องการสูบบุหรี่ ซึ่งเสี่ยงมะเร็งพุ่งถึง 15 ชนิด เดี๋ยวเรามาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง? ต้องบอกเเบบนี้ก่อนค่ะว่าความเชื่อว่า “บุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด” เป็นความเข้าใจที่คนส่วนใหญ่รู้ดีแต่ในความเป็นจริงแล้ว บุหรี่ไม่ได้ก่อให้เกิดมะเร็งปอดเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งหลายชนิด

เพราะในบุหรี่มีสารเคมีมากกว่า 7,000 ชนิด และมีมากกว่า 70 ชนิดที่จัดเป็นสารก่อมะเร็ง โดยองค์การอนามัยโลกได้จัดให้บุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ซึ่งหมายถึงมีหลักฐานทางวิชาการที่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าสามารถก่อมะเร็งได้จริง เเละอีกอย่างก็คือบุหรี่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดมากที่สุด และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งในอวัยวะอื่น ๆ อีกจำนวนมาก
จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า การสูบบุหรี่มีความสัมพันธ์กับมะเร็งอย่างน้อย 15 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก ลำคอ กล่องเสียง หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับ ตับอ่อน ไต กระเพาะปัสสาวะ ปากมดลูก รวมถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน โดยเฉพาะมะเร็งปอดนั้น ผู้สูบบุหรี่มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 15 – 30 เท่า
เเต่เเล้วการตกอยู่ในความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่เท่านั้น ผู้ที่ไม่สูบก็สามารถได้รับผลกระทบจาก “ควันบุหรี่มือสอง” ได้เหมือนกัน เนื่องจากว่าสารพิษในควันบุหรี่ เช่น benzene, formaldehyde และ nitrosamine สามารถเข้าสู่ร่างกายของผู้ที่อยู่ใกล้เคียงและก่อให้เกิดอันตรายได้ไม่ต่างจากผู้สูบ ยิ่งได้รับในปริมาณมากและต่อเนื่องนาน ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหอบหืดก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและหญิงตั้งครรภ์


ความเชื่ออีก 1 อย่างก็คือ หลายคนคิดว่าสูบบุหรี่วันละไม่กี่มวน ไม่น่าจะส่งผลกระทบมาก แต่ความจริงแล้ว ไม่มีระดับของการสูบบุหรี่ที่จัดว่าปลอดภัย แม้เพียงวันละ 1 มวน ก็ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ ในขณะเดียวกัน คนที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานๆเเต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นอะไร เพราะโรคที่เกิดจากบุหรี่ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง มักใช้เวลานานจึงจะแสดงอาการและในระยะแรกมักไม่แสดงอาการใด ๆ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าตนเองยังแข็งแรง ทั้งที่อาจกำลังมีโรคโดยไม่รู้ตัว เริ่มมีอาการอีกทีก็อาจจะสายไปซะเเล้ว
เเต่ก็อย่างว่า ไม่นานมานี้มีผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้นและอาจถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัย แม้บางผลิตภัณฑ์อาจมีสารก่อมะเร็งน้อยกว่าบุหรี่แบบเผาไหม้ แต่ยังมีสารพิษและโลหะหนักซึ่งสามารถทำลายสารพันธุกรรมของร่างกาย รวมถึงยังมีนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติด และความร้อนจากการใช้บุหรี่ไฟฟ้าสามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของปอดในระยะยาว

มันทำให้เราป่วยเป็นมะเร็งได้สูงมากค่ะ เพราะการก่อมะเร็งของบุหรี่ เกิดจากสารก่อมะเร็งในควันบุหรี่ที่สามารถทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม (DNA) ของร่างกาย ส่งผลให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป กระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และนำไปสู่การแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ จนพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นสารพิษจากบุหรี่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในปอด แต่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
เเต่หลายคนก็สงสัยว่าเเล้วสูบบุหรี่ประมาณเท่าไหรถึงจะปลอดภัย จริงๆไม่มีระดับการสูบบุหรี่ที่ปลอดภัย แต่ในทางการแพทย์มีการประเมินความเสี่ยงจากปริมาณการสูบบุหรี่เรียกว่า “pack-year” ซึ่งคำนวณจากจำนวนซองบุหรี่ที่สูบต่อวันคูณกับจำนวนปีที่สูบ ถ้ามีค่ามากกว่า 20 จะจัดว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งปอด อาการก็คือ อาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด เสียงแหบ เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด และอาการเจ็บหน้าอก
คนที่เสี่ยงที่จะเป็นหรือเสี่ยงสูง ก็คือคนอายุตั้งเเต่ 50–80 ปี และมีประวัติสูบบุหรี่จัดมากกว่า 20 pack-year ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วยวิธี Low-dose CT scan ซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่าการตรวจเอกซเรย์ทรวงอกทั่วไป
สุดท้าย เลิกสูบ เลิกลดเวลาการตายให้น้อยลง ดูเเลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ
