AI เปลี่ยนชีวิต! หนุ่มใช้ ChatGPT วางแผนลดน้ำหนักได้ผล

พอลลี่ อีจัน

พอลลี่ อีจัน

13 สิงหาคม 2568

AI เปลี่ยนชีวิต! หนุ่มใช้ ChatGPT วางแผนลดน้ำหนักได้ผล

 ยุคนี้ใช้ ChatGPT ช่วยลดน้ำหนัก ได้ผลจริงเหรอ? 

วันที่ 11 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก ด็อกเตอร์ โยโกะ ผ่าตัดกระเพาะ(Doctor Yoko) โดย พญ.ขวัญนรา เกตุวงศ์ แพทย์สาขาเชี่ยวชาญด้านผ่าตัดกระเพาะอาหารลดน้ำหนัก ออกมาแชร์เรื่องราวคนไข้รายหนึ่งที่ใช้ ChatGPT เป็นโค้ชส่วนตัว ช่วยวางแผน ติดตามผล การลดน้ำหนัก โดยมีข้อมูลวิจัยรองรับต่างๆ เช่น National Institutes of Health (NIH) , บทวิจารณ์เชิงสังเขป (Scoping review) เกี่ยวกับ AI กับการลดน้ำหนัก , AI Chatbots สำหรับลดน้ำหนัก 

โดยคนไข้ เล่าว่า “ผมมีวิธีนึงที่ผมทำทุกวันเลย คือ บันทึกน้ำหนักทุกเช้า ใน ChatGPT จากนั้น AI จะแนะนำแนวทางให้ผม ทั้งการตั้งเป้าหมาย วางแผนอาหาร และออกกำลังกาย ตามวิถีชีวิตของผมในวันนั้นๆ” โดยบอก AI ว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง เช่น 

– วันนี้ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน 

– มีเวลาว่างตอนเย็น 

– อยากออกกำลังกายแบบเบาๆ หรือเข้าฟิตเนส 

AI ก็จะช่วยปรับคำแนะนำให้เหมาะสม เช่น แนะนำเมนูที่พกพาง่ายเมื่อออกไปทำงาน หรือเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในวันที่มีกิจกรรมน้อย โดยคนไข้ทำเป็นประจำทุกวันด้วยขั้นตอน ดังนี้ 

1. บันทึกน้ำหนักทุกวันเพื่อให้ AI มีข้อมูลต่อเนื่อง 

2. ตั้งเป้าหมายรายสัปดาห์ เช่น ลด 0.8 กก. 

3. ให้ AI วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของเป้าหมาย 

4. วางแผนอาหาร การออกกำลังกาย และพักผ่อนรายวัน 

5. ปรับตามสถานการณ์จริง 

 คนไข้บอกว่า “พอทำเรื่อยๆ มันสนุกครับ รู้สึกเหมือนเล่นเกมที่เราเป็นตัวละครหลัก ค่อยๆเก็บแต้มลดน้ำหนักไปทีละวัน”  

 โดยหมอยืนยันว่า วิธีนี้ได้ผลจริง เพราะมีข้อมูลจริงทุกวัน ทำให้ AI วิเคราะห์แม่นยำขึ้น เป้าหมายชัดเจน และสามารถปรับแผนตามชีวิตจริง ไม่ใช่สูตรตายตัว จึงทำให้คนไข้มีแรงจูงใจมากขึ้น เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวคอยติดตามทุกวัน สำหรับผู้ที่ผ่าตัดกระเพาะ วิธีนี้ช่วยให้ดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น ไม่เครียด และยังฝึกให้สังเกตร่างกายตัวเองได้ดี พร้อมเปิดมุมมองว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคอ้วน ที่มีผู้ป่วยทั่วโลกกว่า 650 ล้านคน 

ปัญหาหลักของการลดน้ำหนักคือการใช้สูตรสำเร็จที่ไม่เหมาะกับแต่ละบุคคล ขณะที่ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะตัว เช่น พฤติกรรมการกิน ระดับการเผาผลาญ และภาวะทางจิตใจ เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ งานวิจัยพบว่า การใช้ AI ช่วยรักษาโรคอ้วน เพิ่มโอกาสสำเร็จได้ถึง 30% 

ตัวอย่างการใช้ AI ในการรักษาโรคอ้วน 

 1. โภชนบำบัดเฉพาะบุคคล AI วิเคราะห์พฤติกรรมการกิน เพื่อสร้างเมนูที่ตรงกับรสนิยมและความต้องการสารอาหาร เช่น ถ้าคนไข้ชอบขนมหวาน AI อาจแนะนำของหวานแคลต่ำที่ยังอร่อยอยู่ และงานวิจัยปี 2564 พบว่าคนไข้ที่ทำตามเมนู AI ลดน้ำหนักเฉลี่ย 8% ใน 3 เดือน 

 2. โปรแกรมออกกำลังกายเฉพาะบุคคล AI ใช้ข้อมูลจาก wearable device เพื่อติดตามการเคลื่อนไหว และปรับแผนออกกำลังกายให้เหมาะสม คนที่ใช้แอปฟิตเนสแบบ AI-driven มีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้น 25% 

 3. การดูแลด้านจิตใจ AI สามารถช่วยตรวจจับสัญญาณของการกินตามอารมณ์ หรือภาวะหมดแรงจูงใจ และเสนอวิธีผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิหรือการโค้ชออนไลน์ ผู้ที่ได้รับการสนับสนุนด้านจิตใจด้วย AI มีโอกาสลดน้ำหนักสำเร็จในระยะยาวมากขึ้น 40% 

 4. การติดตามอย่างต่อเนื่อง AI วิเคราะห์ข้อมูลรายวัน เช่น น้ำหนัก อาหาร และการออกกำลังกาย เพื่อแจ้งเตือนหมอถ้ามีน้ำหนักค้างหรือผลลัพธ์หยุดนิ่ง ทำให้ปรับแผนการรักษาได้ทันที เพิ่มอัตราการทำตามแผนการรักษาได้สูงขึ้น 20% 

แต่การใช้ AI ต้องระวังเรื่อง ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล เพราะเป็นข้อมูลสุขภาพที่อ่อนไหว ต้องมีการแจ้งให้ผู้ป่วยทราบและยินยอมก่อน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด AI ไม่ได้มาแทนหมอ แต่ช่วยให้หมอทำงานได้ดียิ่งขึ้น เนื่อบจากเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้หมอเห็นภาพรวมของคนไข้ชัดขึ้น วิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือ การเชื่อมโยงทางใจระหว่างหมอกับคนไข้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเชื่อมั่นร่วมกัน 

สรุป คือ การรวม AI เข้ากับการดูแลโรคอ้วน จะช่วยให้เราสามารถสร้าง แผนโภชนาการ-การออกกำลังกาย-การดูแลจิตใจ ที่ปรับได้ตลอดเวลา เพิ่มโอกาสสำเร็จของการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน  

 มีลูกเพจ ‘อีจัน’ คนไหนลองทำตามแล้วได้ผลลัพธ์ยังไงบ้าง มาแชร์กันได้นะคะ 

 แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊กด็อกเตอร์ โยโกะ ผ่าตัดกระเพาะ (Doctor Yoko) https://www.facebook.com/share/p/1AvCtmKPEu/?mibextid=wwXIfr 

อ้างอิงข้อมูลวิจัย : https://search.app/c9HsjrCidTGn3vyR6  

https://search.app/R8J42Gno93ykmRuZ9

https://medinform.jmir.org