แดดที่ร้อนจ้า ฉุดคนไทยป่วยมะเร็งผิวหนัง 400 ราย/ปี จาก 1.6 แสนทั่วโลก
อีจัน ป๊อป
9 สิงหาคม 2566

คนไทยป่วยมะเร็งผิวหนัง ปีละ 400 ราย จากจำนวนผู้ป่วยทั่วโลกราว 160,000 รายต่อปี และ 80% ของผู้ป่วยจะเป็นชาวยุโรป อเมเริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดย ผศ.นพ.วิโรจน์ ศรีอุฬารพงศ์ แพทย์ประจำหน่วยมะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอุปนายกสมาคมมมะเร็งวิทยาแห่งประเทศไทย ระบุว่า
ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเกิดอุบัติการณ์ผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดไฝดำหรือเมลาโนมา มาจากการได้รับแสงแดดในปริมาณมากทั้งยูวีเอและยูวีบี, การเข้าเครื่องอบผิวให้เป็นสีแทน, มีไฝที่ผิดปกติจำนวนมากหรือขนาดใหญ่, คนผิวขาว ผมทองมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนผิวคล้ำ เพราะมีเม็ดสีที่ผิวหนังน้อย ความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวหนังจากแสงน้อยกว่าคนผิวคล้ำ และมีประวัติคนในครอบครัวเคยป่วย
วิธีการสังเกตอาการของโรค ได้แก่ ลักษณะของไฝทั้งสองด้านไม่เท่ากัน, ลักษณะขอบของไฝไม่ชัดเจน ขรุขระ ไม่เรียบ,ไฝที่มีสีไม่สม่ำเสมอกัน อาจมีทั้งสีดำ สีน้ำตาลเข้ม หรือสีน้ำตาล,ไฝจะโตผิดปกติ มีขนาดใหญ่กว่า 5 มิลลิเมตร และมีการแตกตัวของไฝเพิ่มจำนวน
ผศ.นพ.วิโรจน์ กล่าวด้วยว่า การรักษาทำได้โดย 1.การผ่าตัด หากพบในระยะเริ่มต้น มะเร็งยังไม่กระจายอาจทำให้หายขาด 2.การฉายรังสี ใช้ในกรณีที่มะเร็งมีขนาดใหญ่จนไม่สามารถตัดออกได้ 3.การรักษาด้วยยา ซึ่งจะเป็นการรักษาเสริมภายหลังการผ่าตัดหรือการักษาเมื่อโรคกลับเป็นซ้ำหรือแพร่กระจาย
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของการรักษาจะเป็นการรักษาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น คือ การตรวจคัดเลือกผู้ป่วยและใช้ยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยคนนั้นโดยเฉพาะ ยาที่ได้จะสามารถต่อต้านเซลล์มะเร็งได้อย่างเจาะจง จากเดิมการให้ยาจะช่วยทุเลาอาการได้นิดหน่อย แต่แนวทางใหม่มีการวิจัยพบว่า ช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยและโรคตอบสนองต่อยาได้ดีขึ้น
“การป้องกันโรคทำได้โดยการลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลา 10.00-15.00 น. ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า spf มากกว่า 15 หลีกเลี่ยงการอาบแดด หรือใช้เครื่องอบผิวให้เป็นสีแทน และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของหูด ไฝ ปาน หากมีแผลเรื้อรังหรือแผลที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์” ผศ.นพ.วิโรจน์ กล่าว