หมอเจด อธิบายชัด! หลัง “เก๋ ชลลดา” ปวดหัวหนัก ตรวจเจอโรคเริมขึ้นสมอง 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

1 สิงหาคม 2568

หมอเจด อธิบายชัด! หลัง “เก๋ ชลลดา” ปวดหัวหนัก ตรวจเจอโรคเริมขึ้นสมอง 

หลังจากวันที่ 29 ก.ค.68 ที่ผ่านมา นักแสดง อย่าง “เก๋ ชลลดา” ต้องเข้าแอดมิตโรงพยาบาลด่วน เนื่องจากปวดศีรษะรุนแรง มีไข้ และก้มคอไม่ได้ ตอนแรกนึกว่าไมเกรน แต่หลังตรวจละเอียดทั้งเลือดและเจาะน้ำไขสันหลัง พบว่าเป็น “โรคเยื่อบุสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเริม” 



ล่าสุด วันนี้ (1 ส.ค.68) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก หมอเจด ยกเคสของ เก๋ ชลลดา เตือน โดยระบุว่า…   

1. เชื้อเริมไม่ไกลตัวอย่างที่คิด 

เวลาได้ยินคำว่า “เริม” หลายคนคงนึกถึงแผลที่ปากใช่ไหมครับ?  

แต่ความจริงเชื้อนี้มันมีอยู่ 2 แบบหลัก ๆ เลย 

•HSV-1 ตัวที่ทำให้เป็นเริมที่ปากหรือในช่องปาก 

•HSV-2 ตัวที่ทำให้เป็นเริมที่อวัยวะเพศ 

และที่น่าตกใจคือ มันสลับที่กันได้ด้วยนะ เช่น ถ้าทำออรัลเซ็กส์ก็มีโอกาสที่ HSV-1 จะไปติดอวัยวะเพศ หรือ HSV-2 มาติดที่ปากได้ 

สิ่งที่ทำให้เริมแพร่ได้ง่ายคือ “สัมผัสโดยตรง” ไม่ว่าจะจูบ มีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ของร่วมกันอย่างแก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดตัว  

แม้กระทั่งคนที่ไม่มีตุ่มน้ำ ไม่มีอาการ ก็ยังสามารถแพร่เชื้อได้ เพราะไวรัสมัน “ซ่อนอยู่” และปล่อยออกมาเงียบ ๆ แบบที่เรียกว่า Asymptomatic Shedding พอเชื้อเข้าร่างกายแล้ว มันจะไปซ่อนอยู่ตามปมประสาท และอยู่กับเราไปทั้งชีวิตเลยครับ ร่างกายเราเหนื่อย เครียด พักผ่อนน้อย หรือภูมิคุ้มกันตกเมื่อไหร่ มันพร้อมโผล่มาเล่นงานทันที 

2. เริมไม่ได้อยู่แค่ปากกับจุดซ่อนเร้น 

หลายคนคิดว่าเริมเป็นโรคผิวหนังเล็ก ๆ แต่ความจริงมันไปได้เกือบทุกที่ในร่างกาย โดยเฉพาะคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น 

•เริมที่ตา ทำให้ปวดตา น้ำตาไหล ตาแดง ถ้าไม่ได้รักษาทัน อาจทำให้ตาบอดได้เลย 

•เริมที่นิ้วมือ เจอบ่อยในหมอ พยาบาล หรือเด็กที่ชอบดูดนิ้ว เป็นตุ่มน้ำใสปวดบวม นิ้วแดง ๆ เรียกว่า Herpetic Whitlow 

•เริมในนักกีฬา โดยเฉพาะนักมวยปล้ำหรือกีฬาที่มีการปะทะตัว เรียกว่า Herpes Gladiatorum เป็นตุ่มใส ๆ ตามลำตัว แขน ขา 

•เริมในคนเป็นผื่นภูมิแพ้ ถ้าผิวหนังอักเสบแล้วติดเริมเข้าไป เชื้อจะลามเร็วและแรง เรียกว่า Eczema Herpeticum ถือเป็นภาวะฉุกเฉินเลย 

ที่หนักสุดคือ ถ้าเชื้อลงกระแสเลือดไปอวัยวะภายใน เช่น หลอดอาหาร ปอด หรือตับ 

 จะทำให้อักเสบและอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะทารกหรือคนภูมิคุ้มกันต่ำ 

3.เชื้อเริมขึ้นสมอง = ภาวะฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาล 

ภาวะนี้เรียกว่า Herpes Simplex Encephalitis (HSE) 

คือเชื้อเดินทางตามเส้นประสาทไปสมอง ทำให้สมองอักเสบ ซึ่งอันตรายถึงขั้นพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้เลย 

ปัญหาคืออาการเริ่มแรกมันดันเหมือนไข้ธรรมดา หรือไมเกรนมาก ๆ เลย เช่น ไข้สูง ปวดหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ทำให้หลายคนชะล่าใจ แต่สิ่งที่บอกว่า “ไม่ธรรมดาแล้ว” คือ 

•เริ่มสับสน พูดจาวกวน 

•บุคลิกเปลี่ยนไป จากเงียบ ๆ กลายเป็นก้าวร้าว หรือเหมือนคนหลอน 

•ชัก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด 

ทุกนาทีสำคัญมาก: ถ้าเจอคนปวดหัวแรง ๆ มีไข้ ร่วมกับสติเปลี่ยน ซึม หรือบุคลิกแปลก รีบไปโรงพยาบาลทันที 

เพราะการรักษาที่เร็วคือกุญแจช่วยชีวิต ต้องเจาะน้ำไขสันหลังวินิจฉัย และให้ยาต้านไวรัสผ่านเส้นเลือดด่วนที่สุด 

4.แล้วจะแยกยังไงว่าเป็นไมเกรนหรือสมองอักเสบ? 

นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัยหลังข่าวนี้ ผมสรุปแบบง่าย ๆ 

•ไมเกรน: ปวดตุบ ๆ ข้างเดียว มีประวัติเคยปวดแบบเดิม ไม่มีไข้ สติปกติ ระหว่างไม่ปวดคือใช้ชีวิตปกติ 

•สมองอักเสบ/เยื่อบุสมองอักเสบ: ปวดหัวแรง + ไข้สูง + คอแข็ง + สติเปลี่ยน + อาจชักหรือแขนขาอ่อนแรง 

ถ้าปวดหัวครั้งแรกในชีวิตแบบแรงสุด ๆ หรือมีอาการไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะมีไข้หรือสติเปลี่ยน อย่าเดาเอง ให้หมอช่วยแยกโรค เพราะสมองอักเสบต้องแข่งกับเวลา แต่ยังไงถ้ามีอาการแบบไหนก็ควรไปหาหาหมอนะ  

5. แล้ววัคซีนเริมมีหรือยัง? 

ตอนนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเริมที่ใช้ได้จริง แต่มีความหวัง เพราะหลายบริษัท เช่น Moderna และ BioNTech กำลังพัฒนาวัคซีนแบบ mRNA และโปรตีน โดยอยู่ในช่วงทดลองระยะที่ 1–2 

ดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ อย่ารอให้ร่างกายเตือนก่อนด้วยความเป็นห่วงจาก “อีจัน” 

ที่มา เพจเฟซบุ๊ก หมอเจด