นายอภิชาติ สู้มะเร็ง 12 ปี คาใจแพทยสภา สั่งห้ามฉีดสเต็มเซลล์
พลอยรดา อีจัน
17 ธันวาคม 2567

“ทำไมคนเป็นมะเร็ง ฉีดสเต็มเซลล์ รักษาไม่ได้ ผมเตรียมตัวตายทุกวัน แต่ถ้ามีทางเลือก ผมก็ต้องเลือก”
นี่คือคำถามจาก นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง วัย 75 ปี อดีตประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ที่ป่วยมะเร็งตับ และมะเร็งต่อมลูกหมาก เลือกวิธีรักษาด้วยการ “ฉีดสเต็มเซลล์” ต่อสู้มะเร็งมาตลอด 12 ปี แต่แพทยสภา ประกาศว่าผิดกฏหมายในไทย ทำให้เขาเกิดคำถามว่า ทำไมคนเป็นมะเร็ง ถึงไม่มีสิทธิ์เลือกวิธีรักษา?

นายอภิชาติ เล่าว่า เมื่อปี 2555 ผมตรวจเจอมะเร็งตับ ต้องผ่าตัดเนื้อตับไปถึง 25% จากนั้นมะเร็งลามไปฝั่งซ้าย และมาตรงกลางไม่สามารถผ่าได้ ต้องใช้ความร้อนจี้ ต่อมา ผมตรวจเจอมะเร็งต่อมลูกหมาก ก็ต้องผ่าตัดอีก ผมผ่านการผ่าตัดมาแล้วหลายครั้ง
ผมเคยคิดว่าชีวิตคงจบแล้ว แต่พอไม่ตาย ผมก็คิดว่าทำไมเราถึงไม่ลองยืดชีวิตให้ยาวขึ้น

หลังจากผ่าตัดรักษามะเร็งครั้งแรก ผมบินไปต่างประเทศ เพื่อไปลองฉีดสเต็มเซลล์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเข็มละ 1 ล้านบาท ไม่รวมค่าเดินทาง ปรากฏว่าพอฉีดไปแล้ว ร่างกายมีผลตอบรับที่ดี
จากนั้นผมก็ ฉีดสเต็มเซลล์ในประเทศไทย จ่ายปีละ 1 ล้าน แต่ได้ฉีด 2 เข็ม ไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศ และมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มกว่า ผมเลยใช้วิธีรักษามะเร็ง ด้วยการฉีดสเต็มเซลล์ มาตลอด 12 ปี ไม่มีผลข้างเคียงอะไร ตรวจ MRI ทุก 2 เดือน มะเร็งมีขนาดเท่าเดิม ผมใช้ชีวิตปกติได้ กินอาหารที่ชอบ แต่หลีกเลี่ยงพวกเนื้อสัตว์ หันไปกินปลาและผักมากขึ้น

จากผู้ป่วย สู่ผู้เรียกร้อง!
นายอภิชาติ เล่าว่า ล่าสุดผมจะไปฉีดสเต็มเซลล์ แต่ปรากฏว่าหมอที่เคยฉีดให้ ปฏิเสธไม่ฉีดให้แล้ว หมอบอกว่า แพทยสภาสั่งห้าม ทำให้ผมต้องออกมาต่อสู้ เพื่อสิทธิของผู้ป่วยมะเร็ง
นี่คือหนทางที่ผมสมควรจะเลือก และผมอยากถามแพทย์สภาว่า คุณจะปิดกั้นทำไม มีผู้ใช้รายไหนที่เสียชีวิตเพราะสเต็มเซลล์ ผมยินดีจะเปิดเวทีดีเบตเรื่องนี้เลย เป็นการรักษาที่ผิดกฎหมายเหรอ ผมใช้มา 10 กว่าปี ไม่เคยมีปัญหา

นายอภิชาติ บอกอีกว่า เราไม่ใช่หนูทดลอง แต่เราเป็นมนุษย์ ผมใช้อยู่มา 10 กว่าปี และยังมีชีวิตอยู่ นี่คือสิ่งที่อยากบอกให้คนไทยและแพทยสภาเห็นว่ามันเป็นทางรอด ไม่ใช่แค่ของผม แต่สำหรับผู้ป่วยอีกหลายคนที่อยากมีเวลาเพิ่มขึ้นในชีวิต
ถ้าคุณรู้ว่าวันหนึ่งต้องไป แต่มีโอกาสให้ยืดชีวิตได้ คุณก็ควรลองสู้


เรื่องนี้ต้องฟังทุกมุมค่ะ ก่อนหน้านี้ทาง กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา เคยออกมาเตือน เรื่องการใช้สเต็มเซล ต้องใช้รักษาโรคที่รับรองเท่านั้น 2 โรค คือ โรคเลือด และ โรคทางดวงตา หากใช้ผิดข้อบ่งชี้ อาจเข้าข่าย โฆษณาเกินจริงมีความผิด
ปัจจุบันมีกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ สเต็มเซลล์ มีหน่วยงานหลักที่ดูแลอยู่ 2 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา โดยกฎหมายที่สำคัญและมีบทลงโทษรุนแรง ได้แก่ พรบ.สถาพยาบาล 2559
ซึ่งแพทย์ที่จะสามารถใช้สเต็มเซลรักษาคนไข้ ต้อง เป็นแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา

เรื่องนี้ อีจันคิดว่าการสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน อาจนำไปสู่ทางออกที่ดีค่ะ