เคยมั้ย? จามเอาๆ ไม่หายเเถมเเพ้อยู่นั่นจนน่ารำคาญ
เมื่อวันที่ 6 พ.ค.69 ที่ผ่านมา นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนเกี่ยวกับสัญญาณเล็กๆของร่างกาย อย่างเช่น จาม ผื่นขึ้น มีน้ำมูก หรือบางทีลามขึ้นตา คันตา น้ำตาไหลก็มี เเละทั้งหมดนี้ก็คืออาการของโรคภูมิเเพ้ค่ะ ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันมีความน่าหงุดหงิดมากเพราะชีวิตประจำวันของเรามันต้องมาจมกับอาการพวกนี้

ย้ำว่า ภูมิแพ้ไม่ได้เป็นแค่ “อาการชั่วคราว” อย่างที่หลายคนคิดนะ หลายครั้งที่อาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหล เป็น ๆ หาย ๆ จริง ๆ แล้วเกิดจากการที่ร่างกายเจอ “สิ่งกระตุ้นซ้ำ ๆ ทุกวัน” โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในบ้านหรือห้องนอนที่เราอยู่เป็นประจำ ถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบเดิม ต่อให้กินยา อาการก็จะดีแค่ช่วงสั้น ๆ แล้วกลับมาใหม่ แต่ถ้าจัดการสิ่งกระตุ้นให้ถูกจุด อาการภูมิแพ้สามารถดีขึ้นได้ชัดเจน ลองเช็กทีละข้อดู

1. ห้องนอนมีฝุ่นสะสมโดยไม่รู้ตัว
ฝุ่นและไรฝุ่นในที่นอน หมอน ผ้าห่ม เป็นตัวกระตุ้นหลักของภูมิแพ้ หลายคนซักผ้าปูไม่บ่อย หรือใช้หมอนเดิมนาน ทำให้สะสมจนหายใจเอาเข้าไปทุกคืน อาการจึงเป็นตอนเช้า เช่น คัดจมูก จาม น้ำมูกไหล แม้จะทำความสะอาดบ้าน แต่ถ้าห้องนอนไม่สะอาดพอ อาการก็ไม่หาย
2.เปิดแอร์แต่ไม่ล้าง
แอร์ที่ไม่ได้ล้างจะสะสมฝุ่น เชื้อรา และสิ่งก่อภูมิแพ้ พอเปิดใช้งานก็เหมือนพ่นสิ่งเหล่านี้ออกมาในห้องโดยตรง ทำให้จาม คัดจมูก หรือไอเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนกลางคืนที่อยู่ในห้องนาน การล้างแอร์สม่ำเสมอจึงสำคัญมากกว่าที่หลายคนคิด และควรล้างอย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
3.อาบน้ำก่อนนอน แต่ผมยังเปียก
ความชื้นเป็นตัวกระตุ้นเชื้อราและไรฝุ่น การนอนทั้งที่ผมยังชื้น จะเพิ่มความอับในหมอนและที่นอน ทำให้สิ่งก่อภูมิแพ้เติบโตได้ดีขึ้น ระยะยาวจะกระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้เป็นเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ความชื้นจะยิ่งสะสมและกระตุ้นอาการมากขึ้น


4. มีสัตว์เลี้ยง แต่ไม่จัดการขน
ขนสัตว์ รังแค และน้ำลาย เป็นสารก่อภูมิแพ้สำคัญ แม้จะรักสัตว์เลี้ยง แต่ถ้าให้ขึ้นเตียง หรือไม่ทำความสะอาดบ่อย จะทำให้สัมผัสสารก่อภูมิแพ้ทุกวัน อาการจึงไม่ดีขึ้น และบางคนอาจหนักขึ้นเรื่อย ๆ การแยกพื้นที่และดูแลความสะอาดจึงสำคัญมาก
5. ใช้สเปรย์ น้ำหอม หรือกลิ่นแรง ๆ
สารระเหยจากน้ำหอม สเปรย์ หรือควันต่าง ๆ จะกระตุ้นเยื่อบุจมูก ทำให้เกิดอาการคัดจมูก จาม หรือระคายเคืองมากขึ้น โดยเฉพาะในคนที่เยื่อบุไวอยู่แล้ว ยิ่งใช้บ่อย ยิ่งทำให้อาการภูมิแพ้เป็นเรื้อรัง และทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ
6. กินยา แต่ไม่เลี่ยงสิ่งกระตุ้น
หลายคนพึ่งยาอย่างเดียว แต่ยังใช้ชีวิตแบบเดิม เช่น นอนในห้องฝุ่นเยอะ ไม่ล้างแอร์ หรือเจอสิ่งกระตุ้นซ้ำ ๆ ยาจะช่วยกดอาการชั่วคราว แต่ต้นเหตุยังอยู่ ทำให้อาการกลับมาเรื่อย ๆ และบางครั้งต้องเพิ่มยาโดยไม่จำเป็น ระยะยาวอาจควบคุมอาการได้ยากขึ้น
ใครที่อยากให้ตัวเองเเพ้น้อยลง มีภูมิมากขึ้น ลองทำตามนี้ดูค่ะ เช่น ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง , ใช้ปลอกกันไรฝุ่นสำหรับที่นอนและหมอน , ล้างแอร์และทำความสะอาดห้องอย่างสม่ำเสมอ , ลดของสะสมฝุ่น เช่น พรม ตุ๊กตา , แยกสัตว์เลี้ยงออกจากห้องนอน , เปิดหน้าต่างระบายอากาศบ้าง เพื่อลดความอับชื้น , เพิ่มอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบ เช่น ผักผลไม้หลากสี (วิตามิน C, สารต้านอนุมูลอิสระ), ปลาไขมันดี (โอเมก้า-3), และอาหารที่มีจุลินทรีย์ดี เพื่อช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันและลดความไวต่อสารก่อภูมิแพ้ในระยะยาว
ภูมิแพ้ไม่หาย ไม่ใช่เพราะร่างกายผิดปกติอย่างเดียว แต่เพราะ “ยังเจอสิ่งกระตุ้นซ้ำทุกวัน” โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เราใช้เวลานานอย่างห้องนอน ถ้าจัดการสิ่งแวดล้อมให้ถูกจุด ลดฝุ่น ลดความชื้น และเลี่ยงสิ่งกระตุ้น อาการจะดีขึ้นชัด
เช็กอาการตัวเองนะคะ บางทีถ้าเป็นเยอะเราก็ต้องไปหาหมอ อย่าปล่อยไว้ อันตรายค่ะ
ที่มา: https://web.facebook.com/share/p/1DyvKRNLDQ/
