อย่ามโนว่าแค่เมื่อย! ตื่นมาปวดตึงคือ “ยูริกพุ่ง” สัญญาณนรกเก๊าท์ถามหา   

ไตเริ่มพัง-ข้อเสี่ยงเน่า! เช็กถ้าตื่นมาปวดตึง หรือขยับลำบาก เเสดงว่าค่ายูริกพุ่ง นี่อาจสัญญาณนรก โรคเก๊าท์ถามหา

โหววววสายเฮลตี้ควรเช็กตัวเองอีกหน่อยค่ะ เรามี ‘ยูริกสูง’ ในตอนเช้า อยู่รึป่าว?  

วันนี้ (27 เม.ย.69) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนเรื่องสุขภาพ ผ่านเฟซบุ๊กหมอเจด  เกี่ยวกับ การตื่นมาแล้วรู้สึกปวดข้อ ตึง หรือขยับลำบาก แล้วคิดว่าเป็นแค่เมื่อยธรรมดา จริง ๆ แล้ว “ช่วงเช้า” คือช่วงที่ระดับกรดยูริกในร่างกายมีโอกาสสูงขึ้นได้มากกว่าปกติ นี่เเหละเดี๋ยวเรามาดูกันว่า กรดยูริก ในตอนเช้าบอกอะไรเราบ้าง?  

อย่างที่บอกค่ะ หลายคนตื่นมาแล้วรู้สึกปวดข้อ ตึง หรือขยับลำบาก  จริง ๆ แล้ว “ช่วงเช้า” คือช่วงที่ระดับกรดยูริกในร่างกายสูงขึ้น เกิดจากทั้งการขาดน้ำระหว่างนอน การไหลเวียนที่ช้าลง และอุณหภูมิร่างกายที่ลดลง สิ่งนี้กำลังบอกว่า “สมดุลยูริกในร่างกายเริ่มผิดปกติ” และอาจเข้าสู่ภาวะเสี่ยงเก๊าท์หรือการอักเสบของข้อได้ 

1. ยูริกพุ่งตอนเช้า = ร่างกายกำลังขับออกไม่ทัน โดยปกติกรดยูริกจะถูกขับออกทางไต แต่ถ้าร่างกายผลิตมากเกิน หรือไตขับออกได้ไม่ดี ระดับยูริกจะสะสมและ “พุ่งสูงช่วงเช้า” ได้ง่าย โดยเฉพาะหลังนอนหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ดื่มน้ำ สะท้อนว่าระบบขับของเสียเริ่มทำงานไม่สมดุล และอาจมีปัจจัยแฝง เช่น ไตทำงานลดลง หรือดื้ออินซูลินร่วมด้วย 

2.สัญญาณที่มักเกิดตอนเช้า  ปวดข้อเฉียบพลัน โดยเฉพาะโคนนิ้วหัวแม่เท้า ข้อบวม แดง ร้อน หรือรู้สึกตึง แข็ง ขยับลำบากหลังตื่นนอน อาการมักชัดช่วงเช้าแล้วดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเริ่มขยับ แต่ไม่ได้แปลว่าหายนะ เพราะผลึกยูริกยังคงอยู่ในข้อ และอาจกลับมาปวดซ้ำได้ในวันถัดไปหรือช่วงกลางคืน  

3.สาเหตุที่ทำให้ยูริกสูงตอนเช้า 

• ดื่มน้ำน้อยช่วงเย็นถึงก่อนนอน ทำให้เลือดเข้มข้น 

• อาหารมื้อเย็นพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน เนื้อแดง อาหารทะเล เบียร์ 

• แอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายขับยูริกได้น้อยลง 

• น้ำหนักเกิน และภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้การจัดการยูริกแย่ลง 

• ไตทำงานลดลง ทำให้ขับยูริกไม่ทัน 

ปัจจัยเหล่านี้จะสะสมกัน และทำให้ระดับยูริกพุ่งขึ้นชัดในตอนเช้า 

4.แนวทางลดและป้องกันยูริกพุ่งตอนเช้า 

• ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะช่วงเย็น ช่วยลดความเข้มข้นของเลือด 

• เลี่ยงอาหารพิวรีนสูงและแอลกอฮอล์ในมื้อเย็น 

• คุมน้ำหนัก ลดภาวะดื้ออินซูลิน 

• ขยับร่างกายสม่ำเสมอ ช่วยให้ระบบเผาผลาญและขับของเสียดีขึ้น 

• ถ้ามีอาการบ่อย ควรตรวจระดับยูริก และประเมินการทำงานของไต 

เรื่องของการปรับพฤติกรรมต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสเกิดผลึกยูริกในข้อได้จริง เพราะยูริกที่พุ่งสูงตอนเช้า ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังเสียสมดุลในการจัดการกรดยูริก ถ้าปล่อยไว้ อาจนำไปสู่เก๊าท์ การอักเสบของข้อ และปัญหาไตในระยะยาว  

ที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1CfRFDk7SN/