อุทาหรณ์สายหวาน! จากอดีตนักกีฬารูปร่างดี สู่ภาวะ “เลือดสีขาวขุ่นเหมือนไขมันหมู” หลังดื่มชานม-น้ำอัดลมแทนน้ำนาน 6 เดือน
เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่โดยสื่อต่างประเทศเมื่อวันที่ 13 พ.ค.69 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คนทั่วโลกเกี่ยวกับอันตรายของการกินน้ำตาลเกินขนาด โดยเป็นเรื่องราวของ นายเฉิน ชายหนุ่มวัย 29 ปี จากมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ซึ่งในอดีตเขาเคยเป็นนักกีฬาที่มีกล้ามเนื้อและรูปร่างสมบูรณ์แข็งแรง

จุดเริ่มต้นของวิกฤตสุขภาพก็คือ “ความหวาน” เข้ามาแทนที่ “การฝึกซ้อม” จุดเปลี่ยนเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน เมื่อนายเฉินตัดสินใจเลิกฝึกซ้อมกีฬาอย่างหนัก แต่เขากลับไม่สามารถละทิ้งนิสัยการดื่มเครื่องดื่มรสหวานที่ทำมาตั้งแต่สมัยเป็นนักกีฬาได้ และที่แย่ไปกว่านั้นคือเขาเริ่มดื่มมันหนักขึ้น นายเฉินก็ได้สารภาพในโรงพยาบาลว่า เขาจะดื่มโซดาหรือชานมเย็นทุกครั้งที่รู้สึกกระหายน้ำ แทนการดื่มน้ำเปล่า ซึ่งพฤติกรรมนี้ทำมานานกว่าครึ่งปี
เพียงแค่ 6 เดือนหลังจากหยุดออกกำลังกายและปล่อยตัวตามใจปาก น้ำหนักตัวของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 40 กิโลกรัม ในตอนแรกเขาคิดเเค่ว่าเป็นเพราะขาดการออกกำลังกาย จนกระทั่งเกิดอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและหายใจไม่ออก ทำให้ต้องถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินในสภาพวิกฤต
พอตรวจเเล้วจะเห็นได้จากภาพก็คือ เลือดสีขาวขุ่นเหนียวหนืด เมื่อไปถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยหนิงโป และทีมแพทย์ถึงกับตะลึงเพราะเเทนที่จะเห็นเลือดเป็นสีแดงสดตามปกติ แต่เลือดที่เจาะออกมาจากตัวนายเฉินกลับมีสีขาวขุ่นและเหนียวหนืดเหมือนไขมันหมู ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเผยให้เห็นตัวเลขที่น่าตกใจ คือ ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงกว่าปกติถึง 20 เท่า เเละระดับคอเลสเตอรอลสูงกว่าปกติถึง 4 เท่า ส่งผลให้นายเฉินป่วยเป็น ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลันและเบาหวาน ซึ่งเกิดจากภาวะไขมันในเลือดสูงอย่างรุนแรง

ซึ่งเลือดที่กลายเป็นสีขาวขุ่นเกิดจากภาวะ ไขมันในเลือดสูงมาก (Severe Hyperlipidemia) โดยเฉพาะอย่างยิ่งไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) ในเลือดที่สูงผิดปกติ เมื่อเจาะเลือดออกมาแล้วตั้งทิ้งไว้ หรือนำไปปั่นแยก (centrifuge) ไขมันที่ลอยอยู่ด้านบนจะทำให้พลาสมามีลักษณะขุ่นขาวคล้ายครีมหรือนม
จริงๆเเล้วเรื่องนี้ก็เป็นอุทาหรณ์ได้ดีเลยค่ะ เรื่องของการกินที่อาจไม่พอดี เราทำได้ง่ายเพื่อไม่ให้ป่วยเเบบนี้ได้
เริ่มจากคำนวณปริมาณน้ำที่ควรดื่ม: น้ำหนักตัว (กก.) x 40 มล. คือปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน , จิบทีละน้อย: แบ่งดื่มเป็นแก้วเล็กๆ ประมาณ 200 มล. ตลอดทั้งวันเพื่อให้เซลล์ดูดซึมได้ดี , เน้นน้ำเปล่าเป็นหลัก: ห้ามดื่มเครื่องดื่มหวานแทนน้ำเปล่าโดยเด็ดขาด , ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เพื่อช่วยการไหลเวียนโลหิตและป้องกันการสะสมของไขมันในเลือด
ที่มาและภาพ: Skypost, QQ, China News , สมาคมโรคเบาหวานเเห่งประเทศไทย
