ประเทศไทย ใจชื้น! ยังไม่พบการระบาดในประเทศเเต่ต้องเฝ้าระวัง
ก่อนหน้านี้ที่มีกรณีที่มีคนติดเชื้อไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ ที่กำลังเเล่นอยู่ในมหาสุมทรเเอตเเลนติก ทำให้มีคนเสียชีวิตหลายราย เเละคนบนเรืออีกกว่าร้อยชีวิตต้องถูกกักกันตัว เรื่องนี้กลายเป็นกระเเสที่ทำเอาทั่วโลกต่างเฝ้าระวังอย่างมาก เเละอีกหลายประเทศยังต้องเฝ้าระวังการติดเชื้ออย่างเต็มกำลัง

ล่าสุดวันนี้ (8 พ.ค.69) เว็บไซต์ กรมควบคุมโรค ได้ออกมาเเจ้งข่าวติดตามสถานการณ์ “ไวรัสฮันตา” ใกล้ชิด ผ่าน นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) เชื่อมโยงกับเรือสำราญในเส้นทางแถบมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และมีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย โดย WHO ประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากนานาชาติ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการเดินทางระหว่างประเทศ และเป็นสายพันธุ์ที่มีรายงานการแพร่ระหว่างคนใกล้ชิดได้ในบางกรณี จึงมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในหลายประเทศ


ซึ่ง ไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน มีหนูและสัตว์ฟันแทะบางชนิดเป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ คนส่วนใหญ่มักติดเชื้อจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะ อุจจาระ หรือสารคัดหลั่งของหนู โดยเฉพาะในพื้นที่อับอากาศ เช่น ห้องเก็บของ โกดัง หรือบ้านร้าง เเละโรคนี้ไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนโควิด-19 หรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อจากสิ่งแวดล้อมมากกว่าการติดต่อระหว่างคนสู่คน โดยสายพันธุ์ที่มีรายงานการแพร่ระหว่างคน พบเฉพาะบางพื้นที่ในทวีปอเมริกาใต้และยังถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นจำกัด
สำหรับอาการของโรคในระยะแรก มักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ก่อนที่บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หอบเหนื่อย หายใจล้มเหลว หรือไตวายเฉียบพลัน โดยเฉพาะกลุ่มอาการ Hantavirus Pulmonary Syndrome (HPS) ซึ่งอาจมีอัตราเสียชีวิตสูงประมาณร้อยละ 30 – 40

เอาล่ะค่ะที่นี้มาถึงประเทศๆไทยเราบ้าง สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันยังไม่เคยมีรายงานการระบาดของโรคนี้ในระบบเฝ้าระวังโรค เเต่กรมควบคุมโรคได้สั่งการให้ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทุกแห่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางจากพื้นที่ที่มีรายงานโรค พร้อมประสานข้อมูลกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ได้แจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศให้เพิ่มการคัดกรองและสอบสวนโรคในผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับโรค โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ หรือเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง
สุดท้ายเเล้ว การป้องกันโรคนี้ทำได้ง่ายๆค่ะ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหนูและสารคัดหลั่งของหนู รักษาความสะอาดบ้านเรือนและสถานที่ทำงาน เก็บอาหารในภาชนะปิดมิดชิด กำจัดขยะอย่างเหมาะสม และปิดช่องทางที่หนูสามารถเข้ามาอาศัยได้ เเละถ้ามีอาการไข้สูง ปวดเมื่อย หรือหอบเหนื่อยผิดปกติ หลังสัมผัสสัตว์ฟันแทะหรือเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง รีบไปหาหมอทันทีนะคะ
ที่มา: https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=60081&deptcode=brc&news_views=86
