ใครชอบปวดหัวตอนเช้า มือชาบ่อยๆ โคตรน่ากลัว เพราะเสี่ยงปลายประสาทพัง
วันนี้(11 พ.ค.69) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยเงียบๆที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย หลายคนเป็นความดันสูง แต่ใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะส่วนใหญ่ “มันไม่เจ็บ” นี่แหละ ปัญหาเลยคือ หลายคนคิดว่าแค่กินยาให้ตัวเลขลงก็จบ แต่จริง ๆ สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือตอนที่ความดันเริ่มทำร้าย “ผนังหลอดเลือด” ไปเรื่อย ๆ แบบเงียบ ๆ เพราะหลอดเลือดไม่ได้พังทีเดียว มันค่อย ๆ แข็ง ค่อย ๆ อักเสบ จนวันหนึ่งกลายเป็นเส้นเลือดสมองตีบ หัวใจวาย หรือไตเสื่อมโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ลองเช็กสัญญาณเล็กๆด้วยพฤติกรรมเหล่านี้

- ปวดหัวตอนเช้า หรือมึนท้ายทอยบ่อย ๆ
โดยเฉพาะหลังตื่นนอน ถ้าปวดตื้อ ๆ มึนหัว หนักท้ายทอย หรือเหมือนหัวตึง ๆ บ่อย อันนี้ต้องระวัง เพราะบางครั้งเกิดจากความดันที่สูงตอนกลางคืนหรือช่วงเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่หลอดเลือดรับแรงดันมาก หลายคนกินยาแต่ไม่เคยวัดตอนเช้าเลย เลยไม่รู้ว่าความดันยังแกว่งอยู่
2.เหนื่อยง่าย เดินนิดเดียวก็หอบกว่าเดิม
อันนี้หลายคนโทษอายุ แต่จริง ๆ ถ้าหลอดเลือดเริ่มแข็ง หัวใจจะต้องออกแรงสูบฉีดมากขึ้น ทำให้เหนื่อยง่ายขึ้นกว่าปกติ บางคนขึ้นบันไดชั้นเดียวก็หอบ หรือเดินเร็วแล้วใจเต้นแรงผิดปกติ ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้สบาย ๆ
3.ตาพร่า มองไม่ชัด เป็น ๆ หาย ๆ
เส้นเลือดในจอประสาทตา เป็นหนึ่งในจุดที่โดนผลจากความดันสูงได้เร็ว ถ้าความดันสูงเรื้อรัง หลอดเลือดเล็ก ๆ ที่ตาอาจเริ่มตีบหรือเปราะ ทำให้ตาพร่า เห็นภาพไม่ชัด หรือปวดตาได้ บางคนตรวจตาแล้วถึงเพิ่งรู้ว่าความดันขึ้นมานานแล้ว
4.มือเท้าชา หรือปลายมือปลายเท้าเย็นง่ายขึ้น
ถ้าหลอดเลือดเริ่มไหลเวียนไม่ดี ปลายมือปลายเท้าจะเริ่มได้รับเลือดไม่พอ บางคนเริ่มชาง่าย เหมือนเลือดไปไม่ถึง หรือเท้าเย็นตลอดเวลา โดยเฉพาะถ้ามีทั้งความดัน น้ำตาล หรือไขมันสูงร่วมกัน อันนี้ยิ่งต้องระวังเรื่องหลอดเลือดเลย
5.ค่าไตเริ่มแย่ หรือมีโปรตีนรั่วทั้งที่ยังไม่รู้สึกอะไร
ไตเป็นอวัยวะที่โดนความดันเล่นงานหนักมาก เพราะมีเส้นเลือดฝอยเยอะ ถ้าความดันสูงนาน ๆ ไตจะเริ่มกรองเสีย และมีโปรตีนรั่วออกมาได้ หลายคนค่าไตเริ่มแย่แล้ว แต่ยังไม่มีอาการอะไรเลย เพราะงั้นอย่าดูแค่ตัวเลขความดัน ต้องดูไตและหลอดเลือดร่วมด้วย



ถ้าไม่อยากเป็นแบบนี้ก็ทำได้ง่ายๆ คือ
-ลดเค็ม โดยเฉพาะอาหารแปรรูป น้ำซุป และของหมักดอง
-นอนให้พอ เพราะนอนน้อยทำให้ความดันแกว่งง่าย
-เดินหรือออกกำลังกาย ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นขึ้น
-ลดพุง ลดน้ำหนัก ช่วยลดภาระหัวใจและหลอดเลือด
-เพิ่มโอเมก้า-3 และอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่น
-เพิ่มโพแทสเซียมจากผักและผลไม้ ถ้าไม่มีโรคไต เพราะช่วยบาลานซ์โซเดียม
-วัดความดันสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงเช้า ไม่ใช่วัดเฉพาะวันที่เวียนหัวครับ
บางครั้งความดันสูงไม่ได้ส่งสัญญาณแบบ “เจ็บชัด ๆ” แต่มันจะค่อย ๆ ทำให้ร่างกายเปลี่ยนทีละนิด เหนื่อยง่ายขึ้น มึนง่ายขึ้น ไตเริ่มแย่ขึ้น จนหลายคนชินกับอาการไปเอง เลยอยากให้มองว่า การคุมความดันไม่ใช่แค่เรื่อง “ตัวเลข” แต่คือการปกป้องหลอดเลือด หัวใจ สมอง และไตในระยะยาวมากกว่า
อีจันให้กำลังใจนะคะ
ที่มา: https://www.facebook.com/share/1EUiVcafsy/?mibextid=wwXIfr
